note

Canada Information

study-canada
ประเทศแคนาดาได้รับการยอมรับ จากองค์การสหประชาชาติมาเป็นเวลานานหลายปี ให้เป็นประเทศที่ น่าอยู่ที่สุดของโลกในระดับสูงสุด 5 ประเทศ จากการสำรวจเมื่อปี 2005 อยู่ในอันดับ 4 ของโลก และเป็นประเทศเดียวที่ติดท็อป 5 ของโลกที่พูดภาษาอังกฤษ ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่ใช้ภาษาราชการ 2 ภาษา คือ อังกฤษและฝรั่งเศส แต่ทั่วประเทศจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ยกเว้นในมณฑลควีเบค จะพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ ภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นสำเนียงกลาง ซึ่งเป็นสำเนียงแท้จริงที่ใช้กันในทวีปอเมริกาเหนือ และเหมาะแก่เยาวชนไทยเป็นอย่างมาก ในการศึกษาต่อในประเทศนี้เพราะจะได้สำเนียงภาษาที่แท้จริง
ภูมิประเทศ
มีมหาสมุทรรอบล้อม 3 ด้าน คือทิศเหนือของประเทศแคนาดาจรดมหาสมุทรอาร์กติก ทิศใต้จรดประเทศสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก และมลรัฐอะแลสกา มีพื้นที่ทั้งหมด  9,976,140 ตารางกิโลเมตร และขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เมืองหลวงของประเทศแคนาดาคือ   กรุงออตตาวา (Ottawa) และมีเมืองสำคัญที่สำคัญอื่นๆอีก ได้แก่ โทรอนโต(Toronto) มอนทรีออล(Montreal) แวนคูเวอร์ (Vancouver) ควิเบก ซิตี้ (Quebec City) แฮลิแฟ็กซ์ (Halifax) วินนิเป็ก (Winnipeg) เอ็ดมันตัน (Edmonton)  
เมืองหลวง
ชื่อ: ออตตาวา

มณฑล: ออนตาริโอ

สภาพภูมิอากาศ
ประเทศแคนาดาอยู่ในภาคพื้นทวีป (มีหิมะในฤดูหนาว และอบอุ่นในฤดูร้อน) มี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ในช่วงระหว่างฤดูหนาวบางพื้นที่ของประเทศ อุณหภูมิติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส จนน้ำแข็งเกาะตัวเป็นน้ำแข็งถาวร แต่ความหนาวนี้จะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นๆ ส่วนในช่วงกลางวันของฤดูร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับกลางและแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามต่างกัน
เวลา
เนื่องจากประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก จึงแบ่งเวลาออกเป็น 6 โซน ตามเขตพื้นที่คือ Pacific Standard time , Mountain Standard time , Central Standard time , Eastern Standard time , Atlantic Standard time และ  Newfoundland Standard time โดยแต่ละโซนเวลาต่างกัน 1 ชั่วโมง แต่โซน Newfoundland จะต่างออกไปครึ่งชั่วโมง และโซน Pacific ต่างกับที่กรีนิช 8 ชั่วโมง และช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง
รูปแบบการปกครอง
ระบบการปกครอง สมาพันธรัฐ (Confederation) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 มณฑล (Province) และ 3 เขตปกครองพิเศษ (Territory) โดยแต่ละมณฑลมีนายกรัฐมนตรี  (Premier) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย

  1. Ontario
  2. Quebec
  3. Nova Scotia
  4. New Brunswick
  5. Manitoba
  6. British Columbia
  7. Prince Edward Island
  8. Saskatchewan
  9. Alberta
  10. Newfoundland and Labrador
  11. Northwest Territory
  12. Yukon Territory
  13. Nunavut Territory

ประมุขของประเทศแคนาดา คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ (Governor General) ซึ่งปัจจุบันคือ นางเอเดรียน คล้ากสัน (The Right Honourable Adrienne Clarkson) ระบอบการเมืองของประเทศแคนาดา  ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายพอล มาร์ติน (The Right Honourable Paul Martin)

ประเทศแคนาดามีพรรคการเมืองที่สำคัญ 4 พรรค ได้แก่

  1. พรรค Liberal (LP) แนวเสรีนิยมสายกลาง
  2. พรรค Conservative (เกิดจากการรวมตัวของพรรค Progressive Conservative (PC) และพรรค Canadian Alliance แนวอนุรักษ์นิยม)
  3. พรรค New Democratic Party (NDP) แนวก้าวหน้า
  4. พรรค Bloc Quebecois (BQ) มีนโยบายแยกมณฑลควิเบกเป็น ประเทศเอกราช

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน : วีซ่าแคนาดา

แบบฟอร์มวีซ่า Student : (IMM5257 , IMM5645E , IMM 5257 – Schedule 1 , IMM 5646 Custodianship)

  1. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุการใช้งานได้อีก 6 เดือน หรือต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่จะเดินทางกลับประเทศไทย
  2. ใบแสดงผลการเรียนล่าสุด (Transcript) ภาษาอังกฤษทั้ง 2 ตัวและใช้ตัวจริง และใบรับรองการเป็นนักเรียน (ทางโรงเรียนเป็นผู้ออกให้) 
  3. รูปถ่ายปัจจุบันขนาด 2 x 2 นิ้ว จำนวน 4 รูป (แต่งกายสุภาพ ไม่มีเครื่องประดับ ฉากหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น)
  4. สำเนาบัตรประชาชน(กรณีอายุถึง15) , ทะเบียนบ้าน , สูติบัตร ของผู้สมัคร (ตัวนักเรียน)
  5. หนังสือลงนามประทับตรา (Notarized Public) จากบิดามารดาเป็นผู้ขอมอบอำนาจให้นักเรียนอยู่ในความดูแล ของผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแคนาดา *โดยระบุชื่อของผู้ดูแลนักเรียน ซึ่งจะทำหน้าที่แทนผู้ปกครองในยามฉุกเฉิน (ออกโดยอำเภอเมืองหรือทนายกฎหมาย โดยมีบิดามาดาร หรือผู้ปกครองเป็นผู้เซ็นต์) ใช้ตัวจริง
  6. อื่นๆ
    1. กรณีเปลี่ยนชื่อ ต้องมีสำเนาใบเปลี่ยนชื่อของนักเรียน
    2. นักเรียนที่มีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า ต้องยื่นหลักฐานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมในทะเบียนขอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ใช้ตัวจริง) 
  7. หลักฐานข้อมูลผู้ออกค่าใช้จ่าย (ผู้ปกครอง)
    1. สำเนาบัตรประชาชน , ทะเบียนบ้าน (ของบิดา และมารดา)
    2. สำเนาทะเบียนสมรสผู้ปกครอง
      – กรณีหย่าต้องมีสำเนาใบหย่าและใบมอบอำนาจว่าใครเป็นผู้ถือสิทธิ์ดูแลนักเรียน
      หรือ บิดามารดาเสียชีวิตต้องมีสำเนามรณะบัตรด้วย
    3. หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย, ใช้ตัวจริง (ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน อายุการทำงาน) เป็นภาษาอังกฤษ กรณีเปิดกิจการส่วนตัว ถ่ายสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท, หรือทะเบียนการค้า
    4. ใบรับรองสถานภาพทางการเงินจากธนาคาร และ สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน (ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ) ของผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย
      – สำหรับนักเรียนที่เรียนเกิน 6 เดือน เงินในบัญชีต้องมีมากกว่า 700,000 บาท ของผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ 
** นักเรียนที่มีอายุ 18 ปี หรือมากกว่า ต้องยื่นหลักฐานประวัติอาชญากรรมด้วย (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
** ค่าวีซ่า 2,400 บาท (Single เข้าออกครั้งเดียว) ** ค่าวีซ่า 4,800 บาท ( Multiple เข้าออกหลายครั้ง) ค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
** ต้องตอบคำถามทุกข้อในแบบฟอร์มอย่างครบถ้วน และตรงกับความเป็นจริง หากไม่ปฏิบัติตาม อาจส่งผลให้การดำเนินการล่าช้า หรือถูกปฏิเสธวีซ่า
** ระยะเวลาวีซ่าอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ แล้วแต่ช่วงเวลาที่มีผู้ขอวีซ่าเข้าประเทศแคนาดานั้นๆ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว : วีซ่าแคนาดา

แบบฟอร์มวีซ่า Visitor : (IMM5257 , IMM5645E , IMM 5257 – Schedule 1 ,IMM 5409, )

  1. หนังสือเดินทาง : ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่ท่านจะเดินทางกลับประเทศไทย ผู้มีรายชื่ออยู่บนคำร้องต้องยื่นหนังสือเดินทางของแต่ละท่านด้วย
  2. รูปถ่าย : ขนาด 1.37 x 1.77 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ถ้าขนาดของรูปถ่ายไม่ถูกต้อง สถานทูตจะไม่รับคำร้องขอวีซ่าของท่าน
  3. หลักฐานการเงิน : จดหมายรับรองจากธนาคาร หรือสมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภท
  4. หลักฐานการงาน :
    • จดหมายรับรองจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง อายุการทำงานและ เงินเดือน
    • ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นเอกสารการอนุมัติให้ลางาน
    • ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องยื่นเอกสารการจดทะเบียนการค้าพร้อมสำเนา
    • ในกรณีที่ท่านเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ดูงาน หรือฝึกงาน ท่านต้องยื่นจดหมายเชิญจากประเทศแคนาดาด้วย
    • ถ้าท่านเคยเดินทาง และมีหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม ท่านต้องยื่นหนังสือเดินทางเล่มเก่าด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ในกรณีที่ท่านต้องการศึกษาต่อในประเทศแคนาดาเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือน้อยกว่า ท่านต้องใช้คำร้องขอวีซ่าประเภทวีซ่าชั่วคราว เมื่อท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อศึกษาในระยะสั้น ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาอื่นๆ และท่านจะต้องเดินทางออกจาก ประเทศแคนาดา
  • ในกรณีที่ท่านมีผู้ติดตาม เช่นคู่สมรสและบุตร ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 19 ปี ท่านต้องกรอกคำร้องฉบับเดียวกัน โดยระบุชื่อและรายละเอียดของผู้ติดตามในคำถามข้อ 1
  • ในกรณีที่นักเรียน/ผู้เยาว์มีอายุเกิน 6 ปี ต้องยื่นเอกสารจากสถาบันการศึกษา อนุมัติการหยุดเรียนของนักเรียน
  • ในกรณีที่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 16 ป และเดินทางกับผู้อื่น ต้องยื่นเอกสารมอบอำนาจจากบิดามารดา อนุญาตให้เดินทางกับผู้อื่นได้ หรือในกรณีที่ผู้เยาว์เดินทางกับผู้ดูแล/ผู้ที่มีอำนาจในการปกครอง ท่านต้องยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าท่านมีอำนาจปกครองผู้เยาว์นั้นแต่เพียงผู้เดียว
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าที่เรียกเก็บ เป็นค่าบริการสำหรับการดำเนินการ มิใช่เป็นค่าวีซ่า เพราะฉะนั้น ท่านต้องยื่นค่าธรรมเนียมพร้อมคำร้องขอวีซ่า เพื่อเจ้าหน้าที่จะสามารถเริ่มดำเนินการพิจารณา คำร้องของท่าน ในกรณีที่ท่านถูกปฎิเสธวีซ่าหรือต้องการถอนคำร้อง ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียม
  • การจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเภท ท่านต้องจ่ายเป็นเงินไทย (บาท), เงินเหรียญแคนาดา (75 เหรียญ สำหรับเข้าประเทศครั้งเดียว หรือ 150 เหรียญสำหรับเข้าประเทศหลายครั้ง) หรือเงินเหรียญสหรัฐ สถานทูตจะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา
  • ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาไม่รับเงินสด ในการชำระ ค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเภท จะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาเท่านั้น
  • เจ้าหน้าที่อาจเชิญท่านมาสัมภาษณ์ เพื่อประกอบในการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าของท่าน ท่านต้องตอบคำถามบนคำร้องขอวีซ่าให้ครบถ้วน และตามความเป็นจริง หากท่านไม่ปฏิบัติตาม อาจเป็นผลให้การดำเนินการล่าช้าหรือถูกปฎิเสธวีซ่าได้

หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าชั่วคราวหรือขั้นตอนการยื่นคำร้อง ท่านสามารถหาได้จากเอกสารที่กระทรวงสัญชาติและกิจการคนเข้าเมือง จัดเตรียมให้ มีดังต่อไปนี้

ประเภทวีซ่า ค่าธรรมเนียมเอกสาร (ตามจริง) ค่าบริการ รวมค่าใช้จ่าย
  วีซ่าท่องเที่ยว แบบเข้าออกครั้งเดียว
วีซ่าท่องเที่ยว แบบเข้าออกหลายครั้ง
2,400 บาท
4,800 บาท
Free
Free
2,400 บาท
4,800 บาท

หมายเหตุ

** เจ้าหน้าที่อาจเชิญท่านมาสัมภาษณ์ เพื่อประกอบในการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าของท่าน
** ท่านต้องตอบคำถามบนคำร้องขอวีซ่าให้ครบถ้วน และตามความเป็นจริง หากท่านไม่ปฏิบัติตามอาจเป็นผลให้การดำเนินการล่าช้าหรือถูกปฎิเสธวีซ่าได้
** เอกสารบ้างอย่างอาจเรียกเก็บเพิ่ม ถ้าเจ้าหน้าที่สถานทูตต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว : วีซ่าแคนาดา

ศูนย์รับแบบคำร้องวีซ่าแคนาดา

EMBASSY OF CANADA : สถานทูตแคนาดา อาคารอับดุลราฮิม ชั้น 15  990 ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ 10500 ประเทศไทย

เวลาทำการ : วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 07.30-10.00 น **ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 จะย้ายไปอยู่ที่ อาคารเทรนดี้ ชั้น 28 เลขที่ 10/198-201สุขุมวิทซอย 13 คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า นานา(ทางออกที่ 3)

ระบบการศึกษาในแคนาดา

ระบบการศึกษาของประเทศแคนาดาประกอบด้วยสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมหาวิทยาลัย  การศึกษาถือว่าเป็นความรับผิดชอบของมณฑล เพราะฉะนั้นระบบการศึกษาของแต่ละมณฑลจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามการศึกษาของประเทศแคนาดาจัดว่ามีมาตรฐานการศึกษาที่สูง

โดยทั่วไปแล้ว เด็กชาวแคนาดาเข้าเรียนระดับอนุบาล 1-2 ปี เมื่ออายุ 4 หรือ 5 ขวบ เด็กทุกคนจะเริ่มเรียนเกรดหนึ่งเมื่ออายุประมาณหกขวบ โดยทั่วไป ปีการศึกษาจะเริ่มในเดือนกันยายนจนถึงเดือนมิถุนายนถัดไป แต่ในบางแห่งอาจเปิดภาคเรียนในเดือนมกราคม ชั้นมัธยมศึกษามีจนถึงเกรด 11, 12 หรือ เกรด 13 แล้วแต่มณฑล จากระดับนี้ นักศึกษาอาจเข้าเรียนหลักสูตรมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือซีเจ็ฟ CEGEP คำว่า ซีเจ็พ เป็นคำย่อที่มาจากการรวมชื่อของวิทยาลัยเพื่อการศึกษาทั่วไป และวิชาชีพสำหรับการศึกษาทั่วไปหลักสูตรการเรียนสองปี ส่วนการศึกษาเชิงวิชาชีพ ใช้หลักสูตรการเรียนสามปีในระหว่างระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา มณฑลควิเบคใช้ระบบการศึกษาซีเจ็ฟ

ระดับประถมศึกษา

ระบบการศึกษาเริ่มจากชั้นอนุบาลเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่ชั้นประถมศึกษาในแต่ละมณฑลจะมีความแตกต่างกันดังนี้คือ

  1. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-8 คือมณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา
  2. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือมณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน
  3. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-6 คือทุกมณฑลนอกจากที่กล่าวมาแล้ว

ระดับมัธยมศึกษา

จำนวนปีการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล แต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้ว จะรวมใช้เวลาเรียน 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคและมณฑลออนตาริโอจะจัดระบบชั้นมัธยมเลยไปอีก 1 ปี รวมเวลาเรียน 13 ปี คล้ายกับว่ามีมัธยม 7 แต่นักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยม 7 จะเรียนอีก 3 ปีก็ได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 4 ปี

ในมณฑลควิเบคยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศส ที่เรียก ซีเจ็ฟ (Cegep) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชน ต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล

โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นแบบสหศึกษา ส่วนของเอกชนนั้นมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน หรือสหศึกษา บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำ

ระดับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็ก มีนักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้า แต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษาคือภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษ และสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ

สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้น มหาวิทยาลัยทั่วไป (ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องได้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะเรียน ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปจาก 3-5 ปี ซึ่งนักศึกษาควรจะต้องตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่สมัคร บางมหาวิทยาลัยจะมีปริญญาตรี 2 แบบ คือ แบบทั่วไป (Ordinary Degree) ซึ่งอาจจะเรียนจบภายใน 3 ปี และแบบเกียรตินิยม (Honours Degree) ซึ่งมีวิชาให้เรียนเพิ่มอีก 1 ปี เหมาะสำหรับผู้จะเรียนต่อปริญญาโท ในบางแขนงวิชามีการฝึกงานด้วย หลักสูตรจะเป็น 5 ปี ซึ่งรวมระยะเวลาเรียนและฝึกงาน หลักสูตรฝึกงานได้แก่ หลักสูตรบัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมศาสตร์

สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course Work ฟังการบรรยายและเขียนรายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination)

สำหรับปริญญาเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์

การศึกษากึ่งวิชาชีพ (Community College หรือ Career College) เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี มุ่งเน้นผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงานให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชาที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลา ให้สอดคล้องตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน

การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติ (Co-op Education)
สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไปนักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียนก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา
การโอนหน่วยกิต
แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระเบียบการเทียบโอนหน่วยกิตแตกต่างกันไป นักศึกษาต้องตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการเทียบโอนหน่วยกิตก่อนตัดสินใจย้ายสถานศึกษา

โรงเรียนสอนภาษา

มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับชาวต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language (ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง French as a Second Language (FSL) หลายแห่ง กระจายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วแคนาดา ทั้งนี้เพราะผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแคนาดาจำเป็นต้องปรับระดับทักษะภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชุมชนเกือบทุกแห่งมีแผนกภาษาอังกฤษเปิดสอนหลักสูตร ESL สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่จะมีข้อกำหนดวันเริ่มเรียนเป็นข้อๆ และคุณสมบัติของผู้เรียนระบุไว้ ส่วนโรงเรียนสอนภาษาเอกชนนั้น นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ตลอดปี และมีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า

การสมัครเข้าศึกษา

การเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของแคนาดา นักศึกษาควรศึกษารายละเอียดของแต่ละสถาบัน และต้องเตรียมเอกสารที่ทางสถาบันกำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนนำส่งสำนักงานนายทะเบียนที่จะศึกษา หากเอกสารไม่ครบถ้วน ทางเจ้าหน้าที่อาจส่งเอกสารคืน ทำให้การสมัครล่าช้า สถานศึกษาในประเทศแคนาดาค่อนข้างเข้มงวด และจะไม่พิจารณาใบสมัครของนักศึกษาจนกว่าจะได้เอกสารทุกอย่างครบ ถ้าไม่สามารถนำส่งเอกสารได้ครบถ้วน นักศึกษาควรแนบจดหมายแจ้งเหตุผลให้ทางสถาบันทราบ และกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ยังขาด โดยทั่วไปแคนาดายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เนื่องด้วยสถาบันแต่ละแห่ง ได้รับเงินสนับสนุนค่อนข้างมากจากรัฐบาล จึงมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่างชาติไว้ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์

การเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

นักศึกษาควรสมัครเข้าเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัยก่อน ใช้เวลาเรียน 2 ปี ทำคะแนนให้ดีแล้วโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัย หลังเรียนต่ออีก 2 ปีจะได้รับปริญญาซึ่งง่ายกว่าการสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการสมัครยากกว่า สำหรับปริญญาโท นักศึกษาที่มีคะแนนภาษาอังกฤษและผลการเรียนดี สามารถสมัครเรียนโดยตรง ในกรณีที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ นักศึกษาสามารถเข้าเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนก่อน ทำคะแนน TOEFL ให้ได้ 550 ถึง 600 และพยายามหาโอกาสทำความรู้จักกับอาจารย์ อาจจะช่วยให้การสมัครเข้าศึกษาง่ายขึ้น

ปีการศึกษา

ปีการศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ช่วงหยุดภาคฤดูร้อน (Spring และ Summer) เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม

ทุนการศึกษา

ในระบบการศึกษาของแคนาดา จำนวนกองทุนสำหรับช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในระดับปริญญาตรีมีอยู่น้อยมาก แต่สถาบันบางแห่ง มีการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีผลการศึกษาดีในตอนปลายปีการศึกษาทุกๆ ปี โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นนักศึกษาต่างชาติหรือนักศึกษาชาวแคนาดา ส่วนทุนการศึกษาประเภทเงินทุนกู้ยืม และเงินทุนให้เปล่า (Loan และ Grant) ของรัฐบาลมณฑล นักศึกษาต่างชาติไม่สามารถขอรับทุนประเภทนี้ สำหรับนักศึกษาที่สมัครเรียนในระดับปริญญาโทหรือเอก ทางมหาวิทยาลัยอาจมีเงินทุนช่วยเหลือในรูปแบบของ Graduate Research Assistantships หรือ Graduate Teacher Assistantships

การทำงานในแคนาดา

ในขณะศึกษานักศึกษาสามารถที่จะทำงานได้ในมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ เช่นในห้องสมุด ห้องอาหาร สโมสรของมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอก สามารถทำงานเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน ส่วนนักศึกษาที่เลือกเรียนหลักสูตรที่มีการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย กับสถานประกอบกิจการที่เรียกว่า Co-op Education สามารถฝึกงานได้โดยได้รับค่าจ้าง หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการศึกษาแต่ต้องภายใน 60 วันหลังจากวันที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน (Employment Authorization) ได้จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศแคนาดา (The Local Canadian Immigration Center) และต้องขอหมายเลขประกันสังคมเพื่อใช้เสียภาษีเงินได้ คู่สมรสของนักศึกษาในฐานะผู้ติดตามสามารถสมัครขอวีซ่าทำงานได้

การเดินทางภายในประเทศแคนาดา

สามารถเลือกเดินทางภายในแคนาดาได้หลายวิธี

เครื่องบิน

นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกเมื่อต้องการเดินทางไกลและจุดหมายปลายทางอยู่ห่างออกไป

รถโดยสาร

ขณะที่รถโดยสารจะมีราคาต่ำกว่าและนิยมใช้กับการเดินทางระยะใกล้ หรือไปยังเมืองเล็ก ที่ไม่มีบริการรถไฟหรือเครื่องบิน  บริษัทรถโดยสารสำคัญของแคนาดา เช่น Greyhound Canada และ  Voyageur Colonial ยังมีตั๋วโดยสารราคาประหยัดและรายการท่องเที่ยวอีกหลายอย่างให้เลือก

  • Brewster Bus Service  www.brewster.ca     บริการรถโดยสารผ่านเทือกเขาร็อกกี้และแคลการี
  • Greyhound Canada Ltd   www.greyhound.ca
  • Voyageur Colonial Bus lines   www.voyageur.com 

รถไฟ

เหมาะกับทั้งเส้นทางระยะทางใกล้และไกล  บริษัทรถไฟโดยสารสำคัญในแคนาดา ได้แก่ VIA Rail  ซึ่งจำหน่ายตั๋วราคาลดพิเศษ และจัดรายการท่องเที่ยวด้วย  นอกจากนี้ทั้งในออนตาริโอและบริติชโคลัมเบียต่างมีบริการรถไฟโดยสาร

  • Rocky Mountaineer Railtours  www.rockymountaineer.com  เสนอเส้นทางเดินรถไฟที่ใช้เวลา 2 วัน ได้ชื่อว่าเป็นทางที่งดงามที่สุดในโลก
  • VIA Rail Canada  www.viarail.ca

การขับรถ

สามารถหาเช่ารถได้อย่างสะดวก สำหรับผู้ขับขี่ชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตขับขี่และต้องทำประกันประกันอุบัติภัย รถยนต์ในแคนาดาวิ่งชิดขวา  ส่วนกฎหมายด้านความเร็วจำกัดบนถนนไฮเวย์  (โดยทั่วไปประมาณ 100 กม.ต่อชั่วโมง) และเข็มขัดนิรภัยอาจต่างกันบ้างในแต่ละมณฑล  สอบถามหรือขอรายละเอียดเกี่ยวกับการขับขี่และแผนที่ได้จาก Canadian Automobile Association   www.caa.ca 
* การโบกรถ ในประเทศแคนาดาส่วนใหญ่ทำได้  ยกเว้นบริเวณถนนไฮเวย์ที่มีการจราจรคับคั่ง จนการหยุดรับผู้โดยสารอาจก่อให้เกิดอันตราย อย่างไรก็ตามบางเขตไม่อนุญาตให้โบกรถ ดังนั้น ควรตรวจสอบกฎข้อบังคับก่อน

เรือข้ามฟากสำหรับรถยนต์

บริเวณแม่น้ำและทะลสาบทั่วแคนาดามักมีบริการเรือข้ามฟากสำหรับรถยนต์  อาทิ เรือข้ามฟากขนาดใหญ่ของ BC Ferries  ที่แล่นอยู่ตามชายฝั่งบริติชโคลัมเบีย และเรือของ Marine Atlantic ซึ่งให้บริการระหว่างโนวาสโกเทียกับนิวฟันด์แลนด์ และ นิวบรันสวิค

การท่องเที่ยว

  • บริติชโคลัมเบีย (British Columbia) ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่แปซิฟิก เป็นมณฑลตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของแคนาดา มีชายฝั่งทะเลที่งดงามคล้ายฟยอร์ด พื้นที่เป็นภูเขาใหญ่น้อย เมืองหลวงคือวิคตอเรีย (Victoria) แต่เมืองที่เป็นที่รู้จักกันดีคือเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) อากาศจะอบอุ่นที่สุด
  • อัลเบอร์ตา (Alberta) เป็นถิ่นกำเนิดของเทือกเขา Rocky เมืองหลวงคือ เอดมันตัน (Edmonton) มีดอกกุหลาบป่า (Wild Rose) เป็นดอกไม้สัญญลักษณ์ทางการของมณฑล มณฑลนี้มีทรัพยากรธรรมชาติคือ น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ มีป่าไม้ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และที่ราบเพาะปลูกข้าวสาลี
  • ซัสคาเซวาน (Saskatchewan) เมืองหลวงชื่อ รีไจนา (Regina) พื้นที่ครึ่งหนึ่งของมณฑลเต็มไปด้วยป่าไม้ ที่เหลือเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งราบแพรรี่ (Prarie) บางส่วนเป็นทะเลสาบ น้ำใสสะอาด ซัสคาเซวานได้ชื่อว่าเป็น “ตะกร้าขนมปัง” ของแคนาดา เพราะเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวไรย์ และลูกเดือย
  • มานิโตบา (Manitoba) ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศแคนาดา พื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลเต็มไปด้วยทะเลสาบจนได้ชื่อว่า “Land of 100,000 Lakes” มณฑลนี้เป็นแหล่งที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ทางตอนเหนือพื้นที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและป่าไม้ ที่นี่มีการทำเหมืองแร่ที่สำคัญคือ ทองแดง สังกะสี และนิเกิล เมืองหลวงชื่อ วินนิเพก (Winnipeg)
  • ออนตาริโอ (Ontario) เป็นมณฑลที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการอุตสาหกรรม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร มีเหมืองแร่ทองคำ นิเกิล ทองแดง ยูเรเนียม และสังกะสี เมืองหลวงของมณฑลชื่อ โตรอนโต (Toronto) ทางตอนใต้ของออนตาริโอมีน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียง ชื่อน้ำตกไนแองการ่า นอกจากนี้ออนตาริโอยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศ คือเมืองออตตาวา และเป็นที่ตั้งขององค์กรสำคัญๆ และบริษัทใหญ่ๆ ของแคนาดา
  • ควิเบค (Quebec) มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดามณฑลทั้งหมดของประเทศแคนาดา มณฑลนี้ล้อมรอบด้วยน้ำเกือบทั้งหมด ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายฝรั่งเศส
  • นิวฟาวแลนด์ (Newfoundland) เมืองหลวงชื่อ เซ็นต์จอห์น (St.John) มณฑลนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของแคนาดา
  • พรินซ์ เอ๊ดเวิร์ด ไอร์แลนด์ (Prince Edward Island) เมืองหลวงชื่อ ชาร์ล็อตต์ทาวน์ (Charlottetown) เป็นมณฑลที่เล็กที่สุดของแคนาดา
  • โนวา สโกเทีย (Nova Scotia) เมืองหลวงชื่อ ฮาลิแฟ็กซ์ (Halifax)
  • นิว บรันสวิก (New Brunswick) เมืองหลวงชื่อ เฟรเดริคตัน (Fredericton) มณฑลนี้มีน้ำล้อมรอบสามด้าน เป็นที่ตั้งของอ่าวฟันดี (Bay of Fundy) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอ่าวที่มีคลื่นสูงที่สุดในโลก
  • นอร์ธเวสต์ (Northwest Territories) เมืองหลวงชื่อ เยลโลไนฟ์ (Yellow Knife) ที่นี่ในช่วงฤดูร้อน กลางวันจะยาวกว่ากลางคืนมาก จนพระอาทิตย์แทบจะไม่เคยลับขอบฟ้า ส่วนในฤดูหนาวจะตรงกันข้ามคือมืดมิดจนไม่มีกลางวัน
  • ยูคอน (Yukon Territory) เมืองหลวงชื่อไวท์ฮอร์ส (Whitehorse) ในช่วงฤดูร้อน พระอาทิตย์ไม่เคยหลับ จนได้ชื่อว่า Midnight Sun หรือดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน

ทำไมต้องเลือกศึกษาต่อที่ประเทศแคนาดา ?

ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และมีสถานศึกษาชั้นหนึ่ง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม G-8 และเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (โออีซีดี) ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยของแคนาดา มักจะประสบความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
แคนาดาจัดอยู่ในอันดับ ท็อปเท็น ของประเทศที่น่าอยู่ที่สุดของโลกตั้งแต่ปี 1994 จาก สหประชาชาติและหน่วยงานข้อมูลเศรษฐกิจ ในการสำรวจนี้ แคนาดา ได้คะแนนสูงทางด้านการศึกษา, ประชากรอายุยืน (เนื่องจากระบบประกันสุขภาพชนิดครอบจักรวาล) และอาชญากรรมที่น้อยมาก นอกจากนี้ เมืองใหญ่สุดของแคนาดา แวนคูเวอร์, โตรอนโต และ มอนทรีออล ได้รับการจัดเป็นเมืองระดับโลกในการอาศัยและทำงานเนื่องมาจากความสะอาดและ ความปลอดภัย และ กิจกรรมวัฒนธรรมและชีวิตที่รื่นรมย์
ชาว แคนาดามีมาตรฐานของคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับที่ดีที่สุดในโลก ชาวแคนาดาเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์มีบ้านเป็นของตนเอง และ มีทรัพย์สินถาวร เช่น รถยนต์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ โทรศัพท์ และวิทยุ ประเทศแคนาดามีระบบประกันสุขภาพ และประกันสังคมที่แพร่หลายและมีมาตรฐาน.
แคนาดาเป็นประเทศของผู้อพยพจึงมีขนบธรรมเนียมประเพณีและนโยบายส่งเสริมให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย
ประชากร จากเกือบทุกเชื้อสายทั่วโลกอาศัยอยู่ในแคนาดา จึงเป็นผลให้แคนาดามีอาหารของชนหลายเชื้อชาติ และกิจกรรมสันทนาการของชนชาติจากวัฒนธรรมที่หลากหลายนั้นๆ นอกจากนี้มีสโมสร กลุ่มย่อย และสมาคมของประชากรจากหลากหลายเชื้อชาติซึ่งสามารถเข้าร่วมได้อย่างง่าย อาจารย์ที่ปรึกษาสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ ที่สถานศึกษาสามารถช่วยเหลือนักศึกษาให้เข้าไปรู้จัก กับกลุ่มประชากรเหล่านี้ได้
นัก ศึกษาที่มาศึกษา ณ ประเทศแคนาดา จะพบกับสภาพแวดล้อมที่สวยที่สุด และคงความงดงามตามธรรมชาติได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แคนาดายังเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย และมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เริ่มจากชายฝั่งที่เขียวขจีของมณฑลบริติช โคลัมเบีย เทือกเขาร็อคกี้ขนาดใหญ่ที่มณฑล อัลเบอร์ต้า ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ของทุ่งหญ้าแพร์รี่ จนถึง ดินแดนแห่งน้ำตาลเมเปิ้ล ที่ทะเลสาบทั้งห้า และเซนต์ลอเรนซ์ ไปจนถึงแถบเชิงเขา และชายฝั่งอันงดงามของมณฑลในแถบฝั่งแอตแลนติค
แคนาดา มีชื่อเสียงในเรื่องของความปลอดภัย มีความสงบสุขในสังคม มีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำมาก และยังคงมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นศกที่ 1990. จากผลการรายงานจากกรมตำรวจในปี 1997 ถึงอัตราการก่ออาชญากรรมของชาวแคนาดาลดลง 5% เป็นเวลา 6 ปีติดต่อกันมา ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดาให้การดูแลอย่างเข้มงวด โดยไม่มีการอนุญาตในการพกพาอาวุธแต่อย่างใด
แคนาดา เป็นผู้นำทางด้านต่างชาติในด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมีชื่อเสียงทั่วโลกในด้านต่างๆ เช่น โทรคมนาคม การคมนาคม วิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบิน การคมนาคมชุมชน ไมโครอีเล็คทรอนิกส์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ซอฟท์แวร์ระดับสูง กระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และพลังงานนิวเคลียร์ เลเซอร์ และออฟโตอิเล็คทรอนิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ กระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม วิทยาศาสตร์กายภาพ และอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมทางทะเล
แคนาดา เป็นประเทศที่มีภาษาราชการสองภาษาคือภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ประชากรส่วนใหญ่ (ร้อยละ 75) ของชาวแคนาดาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสอาศัยอยู่ที่ควิเบค ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ แต่ชุมชนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสก็มีอยู่ทั่วไปในประเทศ

ที่พักอาศัย

ที่พักแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ที่พักชั่วคราว

โรงแรม

ทันทีที่เดินทางมาถึงแคนาดา ท่านสามารถ เลือกที่พักชั่วคราวได้ที่โรงแรมซึ่งมีอยู่มากมาย โรงแรมในแคนาดาจะมีทางเข้าอยู่ภายในห้องส่วนตัว และการบริการทำความสะอาดประจำวัน ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอก็คือ การสำรองที่พักล่วงหน้า และถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับฤดูกาล มีนักท่องเที่ยวมากช่วงเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม โรงแรมส่วนใหญ่จะถูกจองทีพักกันเต็มไปหมด (เต็มถึงร้อยละ 90) และการหาที่พักที่เหมาะสมโดยที่ไม่ได้จองล่วงหน้านั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง แม้ว่าการสำรองที่พักล่วงหน้าจะดำเนินการได้ในช่วงระยะเวลาล่วงหน้าเป็น สัปดาห์ ท่านจำเป็นต้องตรวจสอบช่วงงานเทศกาล หรือช่วงวันหยุดที่สำคัญ ซึ่งจะจองห้องพักได้ยากมาก
โรงแรมจะมีการบริหารราคา และคุณภาพแตกต่างกันไป ปกติแล้วห้องพักในเมืองใหญ่จะมีราคาแพงกว่าห้องพักในเมืองขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป ท่านจะพบว่าโรงแรมต่างๆ ในแคนาดานั้นสะอาด สะดวกสบาย และมีราคาที่เหมาะสม โรงแรมส่วนใหญ่ยินดีรับบัตรเครดิตหลักๆ และท่านสามารถสำรองที่พักได้โดยตรง หรือผ่านบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวในประเทศของท่าน
ต่อไปนี้เป็นค่าที่พักในโรงแรมโดยประมาณต่อคืน โปรดสังเกตว่าราคาดังกล่าวจะแตกต่างกันตามอัตราเข้าพัก สถานที่ และฤดูกาล
ราคาขั้นต่ำ $45-$75 (ขอแนะนำว่าให้ตรวจสอบที่พักในอัตรานี้อย่างรองคอบ เนื่องจากการหาที่พักที่มีคุณภาพดีเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่)

  • อัตราปานกลาง       $55-$135 เหรียญ
  • อัตราราคาแพง       $135-250 เหรียญ
  • อัตราราคาโรงแรมห้าดาว       ตั้งแต่ราคา $250 เหรียญขึ้นไป

 

ที่นอนและอาหารเช้า (Bed and breakfast)

ตัวเลือกของที่พักชั่ว คราวอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งท่านสามารถเลือกได้ก็คือที่นอน และอาหารเช้า ห้องพักจะอยู่ภายในบ้านส่วนตัว หรือที่จัดไว้เฉพาะที่ ราคารวมถึงค่าห้องพักของท่านและอาหารเช้ามื้อใหญ่ ห้องพักจำนวนมากจะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำภายในตัวที่พัก แบบที่นอนและอาหารเช้านั้นจะมีอยู่หลายแบบ อาจจะเป้นบ้านโบราณ ทาวน์เฮ้าส์สมัยใหม่ บ้านไร่ในชนบท หรือบ้านริมทะเล ผู้ประกอบส่วนใหญ่ได้จดทะเบียนไว้กับสมาคมผู้ประกอบการอย่างถูกต้อง และที่พักแบบนี้ ทำให้ท่านมีโอกาสสัมผัสกับผู้คนท้องถิ่น
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของห้องพักที่มีที่นอนและอาหารเช้า $35-$105 เหรียญต่อคืน

 

ห้องพักเยาวชน/YECA/YMCA

การใช้บริการหอพัก เป็นวิธีการพำนักชั่วคราวในเมืองใหญ่ที่เสียค่าใช้น้อย ที่พักเป็นที่พักธรรมดาแต่ราคาประหยัด โดยใช้เครื่องอำนวยความสะดวกทั่วไป (ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องครัว) ร่วมกันส่วนอัตราค่าเช่าจะคิดเป็นรายวัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าที่พักประเภทอื่น หอพักในแคนาดาจะต้องผ่านการตรวจสอบ และรับรองจากสมาคมผู้ประกอบการหอพักในแคนาดาก่อน
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อห้องในหอพัก: $10-$20 เหรียญต่อคืน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ท่านสามารถติดต่อสมาคมหอพักเยาวชนนานาชาติ ในประเทศของท่าน หรือถ้าต้องการ ข้อมูลเกี่ยวกับหอพักในแคนาดา โปรดติดต่อ:
ที่พัก YWCA/YMCA ยังมีราคาไม่แพง สะอาดปลอดภัย และสะดวกสบาย ที่พักเหล่านี้ หลายแห่งจะมีสระว่ายน้ำ และศูนย์ออกกำลังด้วย โปรดจำไว้ว่า หอพัก และ YWCA/YMCA จะเต็มอย่างรวดเร็วในช่วงภาคฤดูร้อน ดังนั้นท่านจึงควรวางแผนล่วงหน้า
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของห้องพักใน YWCA/YMCA : 24 ถึง 45 เหรียญต่อคืน

ที่พัก – ระยะยาว

การพักกับครอบครัว

ครอบครัวชาวแคนาดายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ การพักแบบนี้เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการพัฒนาภาษาอังกฤษ หรือฝรั่งเศสของท่าน พร้อมกับได้เรียนรู้ชีวิตประจำวันในแคนาดา และพบเพื่อนใหม่ๆที่เป็นมิตร นอกจากนี้การพักกับครอบครัวยังหยิบยื่นความมั่นคงและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สำหรับคนรุ่นหนุ่มสาวที่เดินทางมาศึกษาที่แคนาดา โดยทั่วไปการพักลักษณะนี้ จะเป็นครอบครัวชาวแคนาดาที่ต้อนรับนักศึกษาที่มาศึกษาในแคนาดา ให้พำนักอยู่ที่บ้านของตน โดยที่ครอบครัวจะจัดเตรียมอาหารและห้องพักส่วนตัวไว้ให้ รวมไปถึงการต้องรับขับสู้และกระตุ้นให้นักศึกษาผู้นั้นมีส่วนร่วมในกิจกรรม ของครอบครัวและชุมชน ทางโรงเรียนจะเป็นผู้จัดหาครอบครัวให้ โดยจะจัดนักศึกษาให้พักกับครอบครัวที่มีความสนใจในสิ่งที่คล้ายกัน แต่ละบ้านจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ตั้งแตกต่างกันไป แต่ท่านสามารถเลือก และควรแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบถึงความต้องการของท่าน เพื่อที่ทางโรงเรียนจะได้พิจารณาจับคู่ได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนจำนวนมากสามารถจัดการให้ตัวแทนสถาบันการศึกษา หรือครอบครัวเจ้าของที่พัก ได้พับกับนักศึกาาที่สนามบินทันทีที่ท่านเดินทางมาถึงได้ ราคาจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ตั้งและที่พักกับครอบครับบางแห่ง อาจคิดค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยแรกเริ่มสูงสุดถึง $200 เหรียญ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อกับโรงเรียนที่ท่านเข้าศึกษา ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับที่พักกับครอบครัว $400-$800 เหรียญต่อเดือน
หอพักในสถานศึกษา

โรงเรียน จำนวนมากจะมีที่พักจัดไว้อำนวยความสะดวกที่ตั้งอยู่ในหรือใกล้กับสถานศึกษา หอพักจะมีขนาดและคุณภาพที่แตกต่างกัน และหอพักในสถานศึกษาหลายแห่งจะใช้ห้องครัว ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องบริการซักรีด ที่ใช้ร่วมกัน ปกติแล้วท่านสามารถเลือกได้ว่าจะพักห้องคู่หรือห้องเดี่ยวส่วนตัวได้ โดยทั่วไปแล้วหอพักในสถานศึกษานี้จะแบ่งออกเป็นหอหญิงและหอชาย ในบางแห่งค่าใช้จ่ายของหอพักยังรวมถึงค่าอาหารด้วย นอกจากนี้หอพักในสถานศึกษาส่วนใหญ่มักจะตกแต่งเรียบร้อยแล้ว และถือเป็นที่พักวิเศษสุดสำหรับการเข้าร่วมจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย และพบปะเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน
ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของที่พักและ หอพักในสถานศึกษา $3000 – $7,500 เหรียญต่อปีการศึกษา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อกับโรงเรียนที่จะเข้าศึกษา

ที่พักนอกสถานศึกษา

การเช่าบ้าน
บ้านเช่าเป็นตัวเลือกอย่างหนึ่ง ที่นักศึกษาสามารถเลือกได้ แต่ราคา คุณภาพ และความสะดวกสบายนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ค่าเช่าบ้านในเมืองใหญ่ ๆ จะมีราคาสูงมาก และหาได้ไม่ง่าย นักศึกษาจำนวนมากต้องพักร่วมกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และปกติแล้วก็จะเลือกสถานที่ ที่ตรงกับความชอบ และความต้องการของตน โรงเรียนจำนวนมากได้จัดศูนย์บริการ ซึ่งมีรายชื่อของบ้านเช่าที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษาไว้บริการผู้ที่สนใจ ที่ศูนย์บริกรดังกล่าว ผู้ที่ต้องการห้องพักคู่ก็สามารถหาเพื่อนร่วมห้องได้ด้วย ในบริเวณมหาวิทยาลัยท่านจะเห็นป้ายโฆษณาแบบต่าง ๆ ของบ้านเช่า ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานศึกษาอยู่บ่อย ๆ แต่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอก็คือ ควรเตรียมการล่วงหน้าก่อนเดินทางมาถึงแคนาดา
ประเภทของบ้านเช่าที่สามารถเช่าอยู่ได้ในฐานะของนักศึกษา ต่างชาติมีอยู่หลายประเภท ปกติแล้วบ้านพักจะมีราคาแพงเกินไปสำหรับนักศึกษาที่จะเช่าอยู่เพียงคนเดียว แต่นักศึกษาหลายคนสามารถจะแบ่งหรือเช่าห้องชุด(บริเวณห้องที่ประกอบไปด้วย ห้องครัว ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องนอน) อยู่ภายในบ้านพักขนาดใหญ่ ทางเลือกประการต่อมาก็คืออพาร์ตเมนต์ ซึ่งจะมีห้องครัว ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องนอน 1 หรือ 2 ห้อง อพาร์ตเมนต์สำหรับเช่าส่วนใหญ่จะไม่รวมเฟอร์นิเจอร์อย่างไรก็ตาม บางแห่งจะรวมค่าใช้จ่ายของเครื่องทำความร้อน และหรือค่าไฟไว้ในค่าเช่าด้วย
สำหรับรายชื่ออพาร์ตเมนต์หรือบ้านพักต่างๆ จะตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเป็นรายสัปดาห์ถือเป็นความรับผิดชอบของ นักศึกษาที่จะพิจราณาถึงความเหมาะสมเอง เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้ตรวจสอบหรือจัดเตรียมสถานที่เหล่านี้น เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ต้องการเงินมัดจำค่าความเสียหายและการชำระค่าเช่าเป็น รายเดือนด้วยเงินสดหรือเช็ค ดังนั้นจึงความทำข้อตกลงกับเจ้าของที่ดินด้วยความรอบคอบ ท่านต้องตรวจสอบและศึกษาเงื่อนไขการเช่าอย่างละเอียดก่อนที่จะลงนาม นอกจากนี้ก่อนที่จะทำสัญญาเช่า ควรตรวจสอบ อพาร์ตเมนต์หรือห้องชุดอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีสิ่งใดที่จะให้เจ้าของห้องซ่อมแซมก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่หรือ ไม่ หากท่านประสบปัญหาในการเช่าบ้านท่านควรติดต่อกับสำนักงานจัดหาบ้านเช่าใน มณฑลที่ท่านอยู่

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับที่พักรวมกันในแคนาดา $250-$700 เหรียญต่อเดือน

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับห้องชุดหรืออพาร์ตเมนต์ $400-$1,500 เหรียญต่อเดือน

  • พยายามจัดเตรียมเรื่องต่างๆล่วงหน้า เฉพาะอย่างยิ่งคือความถูกต้องของกำหนดการ
  • ถ้าท่านประสงค์ที่พักในระหว่างภาคฤดูร้อนและระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ และเทศกาล

ถ้าท่านกำลังพำนักอยู่ที่โรงแรมหรือหอพักทั่วไป โปรดสอบสอบห้องพักอย่างละเอียดในทันทีที่มาถึงเสมอก่นอที่จะชำระเงิน หากท่านไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานที่ตั้งให้สอบถามได้จากสมาคมบริษัทท่องเที่ยว ในท้องถิ่นนั้น
ราคาอาจจะแตกต่างกันอย่างมากตามสถานที่ตั้งและช่วง เวลาของปี ดังนั้นควรลองสืบราคาก่อนที่จะเดินทาง แคนาดาเป็นดินแดนแห่งมิตรภาพและมหัศจรรย์ และหากท่านมีการเตรียมการเป็นอย่างดี ท่านจะพึงพอใจกับที่พักของท่านได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าท่านจะเลือกที่พักแบบใดก็ตาม

อาหารการกิน

อาหารแคนาดาเปรียบได้กับสูตรอาหารอันประกอบด้วยเครื่องปรุงสารพัดชนิด  เนื่องจากแต่ละภูมิภาคต่างมีรายการอาหารพิเศษของตน  อาทิ อาหารทะเลแถบชายฝั่งแอตแลนติก อาหารฝรั่งเศสประยุกต์ในควิเบ็ค บรรดาพืชผักและไวน์จากออนตาริโอ  ข้าวสาลี และเนื้อสัตว์จากทุ่งหญ้าแพรี่ ปลาแซมอนจากบริติชโคลัมเบีย และอาร์กติกชาร์จากเขตตะวันตกเฉียงเหนือนอกจากนี้ตามเมืองต่าง ๆ ยังมีร้านอาหารหลากรูปแบบให้เลือก เช่น ร้านอาหารจานด่วน ภัตตาคารและคอฟฟี่ช็อป เป็นต้น
สำหรับราคาอาหารนั้นรวมภาษีขายของมณฑล (ยกเว้นเขตตะวันตกเฉียงเหนือ) กับภาษีสินค้าและบริการของส่วนกลางอีก 7-10% ไว้ด้วย
sweet-potato-poutine

ร้านอาหารแต่ละมณฑล

ALBERTA
ดินแดนคาวบอยที่ตั้งอยู่ท่านกลางไร่อันอุดมสมบูรณ์นี้ เป็นแหล่งเนื้อสัตว์ที่ดีสุดในอเมริกาเหนือแห่งหนึ่ง  จึงนับเป็นสวรรค์สำหรับผู้ชื่นชอบสเต็กนอกจากนี้ยังมีอาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน ยุโรป และเอเชียด้วย

BRITISH COLUMBIA
อาหารจานเด่นในแถบนี้ประกอบด้วย แปซิฟิกแซลมอน แมงดาทะเล และอาหารทะเลต่าง ๆ รวมทั้งเนื้อแกะย่างแบบอังกฤษ  นอกจากนี้ยังมีอาหารนานาชาติให้เลือกทานด้วย
ส่วนโอกานาแกนเวลลีย์จัดเป็นแหล่งผลิตแอปเปิล เชอร์รี่ พีช แอปริคอต และไวน์ที่สำคัญ

MANITOBA
อาหารจำพวกเนื้อ เซลเคิร์กไวท์ฟิช และวินนิเปกโกลด์อาย จัดเป็นอาหารพิเศษของภูมิภาคนี้  ในมานิโตบายังสามารถหาชิมอาหารยูเครน ได้เช่นเดียวกับมณฑลแถบแพรรี่อื่น

NEW BRUNSWICK
แม้ว่าย่านริมฝั่งทะเลนี้จะอุดมไปด้วยกุ้งมังกร แอตแลนติกแซลมอน และหอยต่าง ๆ  แต่นิวบรันสวิคกลับมีชื่อเสียงด้านผักฟิดเดิลเฮด  ซึ่งนำมาปรุงสดหรือดองไว้ทานได้

NEWFOUNDLAND และ  LABRADOR
บริเวณนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมประมงและปลาค็อด  ซึ่งนำมาปรุงอาหารได้สารพัดชนิด  ตั้งแต่รายการอาหารง่าย ๆ เช่น ปลาทอดกับมัน ไปจนถึงกราติเน่  นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเด็ดชื่อแปลกอีกหลายอย่าง

NORTHWEST TERRITORIES
อาหารในเขตตะวันตกเฉียงเหนือมักนำเข้ามาจากที่อื่นในรูปอาหารกระป๋องหรือบรรจุห่อ  ส่วนอาหารดั้งเดิมของอินูอิตและเดน  ส่วนใหญ่สูญหายไป  อาหารอันโอชะของแถบนี้ได้แก่ ปลาอาร์กติกชาร์

NOVA SCOTIA
ในโนวาสโกเทียมีอาหารจานเด่นอย่างหอย กุ้งมังกร หอยสแกลลอปดิกบี ไส้กรอกลูเนนเบิร์ก  และขนมพุดดิ้งผลไม้แสนอร่อยสูตรดั้งเดิมของอเคเดียน

NUNAVUT
อาหารที่นี่ราคาแพง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทานในโรงแรม หรือไปกับกรุ๊ปทัวร์

ONTARIO
ช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา วัฒนธรรมด้านการกินของภูมิภาคนี้เปลี่ยนจากอาหารหนักอย่างเนื้อกับมันฝรั่งเป็นอาหารที่มีรสชาติหลากหลายขึ้น บริเวณนี้ยังอุดมไปด้วยไร่ข้าวโพด สวยพีช ไร่องุ่น (แหล่งผลิตไวน์ระดับรางวัลชนะเลิศ)  เนยเชดเดอร์ชื่อดังและฟาร์มนกป่า

TORONTO
เนื่องจากโตรอนโตเป็นถิ่นอาศัยของชนหลายเชื้อชาติ  จึงนับเป็นแหล่งอาหารนานาชาติ  ทั้งร้านอาหารกว่า 5,000 ร้าน และตลาดวัตถุดิบในการปรุงอาหาร

PRINCE EDWARE ISLAND
เกาะปรินซ์เอ็ดเวิร์ดมีมันฝรั่งคุณภาพดีและหอยมาลเปก  ซึ่งขึ้นชื่อในทั่วประเทศ  ช่วงฤดูร้อนจะมีเทศกาลกุ้งมังกรให้ทานจนอิ่ม

QUEBEC
ควิเบ็คซิตี้ นับเป็นแหล่งศิลปะด้านอาหารที่เน้นทั้งรสชาติ บริการ และบรรยากาศ ภัตตาคารและร้านอาหารที่ดีที่สุดเท่านั้น จึงสามารถดำเนินการอยู่ได้

SASKATCHEWAN
เนื่องจากซาสคัตเชอวาน คือแหล่งปลูกข้าวสาลีของแคนาดา  จึงสามารถผลิตเนื้อวัวกับสัตว์ปีกคุณภาพอย่างนกกระทา และเป็ดที่เลี้ยงด้วยรำข้าวได้  นอกจากนี้ยังมีซาสคาทูนเบอร์รี่ที่มีลักษณะคล้ายบลูเบอรี่ด้วย

YUKON
นอกจากอาหารหลากชนิดอย่างแฮมเบอร์เกอร์และพิซซ่าแล้ว  อาร์กติก  เกรย์ลิง  แซลมอน  และสเต็กกวางมูส  จัดเป็นอีกรายการที่น่าสนใจ  ส่วนร้านอาหารนอกเมืองไวท์ฮอร์ส มักอยู่ในโรงแรมหรือรีสอร์ต