note

New Zealand Information

study-newzea
นิวซีแลนด์ (อังกฤษ: New Zealand ; เมารีนิวซีแลนด์: Aotearoa [เอาเตอารัว] หมายถึง “ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว” หรือ Niu Tireni [นิวทิเรนี] ซึ่งเป็นการทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนตะวันตกเฉียงใต้

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ มากที่สุด ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร โดยที่มี ทะเลแทสมันกั้นกลาง ดินแดนเดียวที่อยู่ทางใต้คือทวีปแอนตาร์กติกา และทางเหนือคือนิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และตองกา ตั้งอยู่ในภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกใต้ห่างจากทวีปอเมริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10,400 กิโลเมตร ห่างจากออสเตรเลียไปทางตะวันออกประมาณ 1,500 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 11,000 กิโลเมตร

นิวซีแลนด์ได้กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษด้วยสนธิสัญญาไวทังกิ (Treaty of Waitangi) เมื่อปี พ.ศ. 2383 ซึ่งได้สัญญาไว้ว่าจะให้ “complete chieftainship” (tino rangatiratanga) แก่ชนเผ่าเมารีของนิวซีแลนด์ ในปัจจุบัน ความหมายที่แน่นอนของสนธิสัญญานี้ยังคงเป็นข้อพิพาท และยังคงเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกและความไม่พอใจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2383 นิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นประเทศอิสระที่มีรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย และอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์ของสหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์รับผิดชอบการต่างประเทศของหมู่เกาะคุกและนีอูเอซึ่งปกครองตนเอง และปกครองโตเกเลาเป็นเมืองขึ้น

พื้นที่ส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์มีภูมิอากาศเขตอบอุ่น และภูมิประเทศที่มีความหลากหลายและสวยงาม เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์เน้นการค้าโดยมีฐานจากการเกษตร ชาวนิวซีแลนด์โดยทั่วไปเดินทางมาก และสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างประเทศและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมภายนอกเป็นกิจกรรมที่นิยมกันโดยเฉพาะกีฬาต่าง ๆ คือ รักบี้ คริกเกต และ เนตบอล รวมถึง กีฬาเอ็กซ์ตรีมสปอร์ตและการเดินไกล
พื้นที่ 268,021 ตารางกิโลเมตร (ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น และอังกฤษ) ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้

ภูมิศาสตร์ของนิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ที่เส้นละติจูด 34-47 องศาใต้ มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1,600 กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่รวมโดยประมาณ 268,021 ตารางกิโลเมตร ดินแดนที่ใกล้ที่สุดคือ ทวีปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ประกอบไปด้วย 2 เกาะใหญ่ คือเกาะเหนือ (North Island) และเกาะใต้ (South Island) และยังมีเกาะปลายล่างสุด ชื่อเกาะสจ๊วร์ต (Stewart Island) ซึ่งยังไม่นับรวมเกาะเล็กๆ อีกมากมาย นิวซีแลนด์ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม มีประชากรประมาณ 3.9 ล้านคน

พื้นที่ส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์เป็นเทือกเขาสูงและเนินเขา เกาะใต้มีเทือกเขาสูงเรียกว่า เซาว์เทิร์นแอลป์พาด ผ่านกลาง มีฟยอร์ด (Fjord) ธารน้ำแข็ง และทะเลสาปในใจกลางเกาะ มีน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือด ภูเขาสูงสุดคือ เมาท์คุก (3,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ซึ่งอยู่ในเกาะใต้

ฤดูกาลของนิวซีแลนด์
ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล ได้แก่

ฤดูร้อน ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม – พฤษภาคม
ฤดูหนาว มิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน – พฤศจิกายน

เนื่องจากนิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่น ทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจาก – ลมประจำที่พัดผ่าน คือลมฝ่ายตะวันตก – กระแสน้ำอุ่นออสเตรเลียตะวันออก อากาศแตกต่างกันดังนี้ – เกาะเหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทั่วเกาะ – เกาะใต้ชายฝั่งตะวันตกฝนชุกกว่าชายฝั่งตะวันออก – เกาะใต้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่ว และมีมากที่ Mt.Cook

เวลา
ในแต่ละปี จะมีการประกาศวันที่เปลี่ยนเวลาที่เรียกว่า Daylight Saving Time 
เวลาของประเทศนิวซีแลนด์ปัจจุบัน เร็วกว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง 
และตั้งแต่ 7เมษายน ถึง 28 กันยายน 2556 เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
ลักษณะประชากร
ชาวนิวซีแลนด์เป็นชนชาติที่โปรดปรานการเล่นกีฬาทั้งกลางแจ้งและในร่ม กีฬาที่เป็นที่นิยมคือ รักบี้ ชาวนิวซีแลนด์เป็นคนรักธรรมชาติ และตื่นตัวในเรื่องสภาพแวดล้อม ถึงกับประกาศในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเขตปลอดนิวเคลียร์ประเทศแรกในโลก ประเทศนิวซีแลนด์มีประชากร 4.09  ล้านคน 81% เป็นชาวผิวขาว 13.8% เป็นชาวเมารี และที่เหลือเป็นผู้อพยพชาวเอเซีย 4.5% และชาวแปซิฟิกอื่นๆ 5.3%   74% สืบเชื้อสายมาจากยุโรป เช่น อังกฤษ สก๊อตแลนด์ ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ 15 % เป็น ชาวเผ่าเมารี 5% เป็นชาวโพลินีเซียนจากเกาะต่าง ๆ 4 % เป็นชนเชื้อสายจีน และ 1% เป็นชนเชื้อสายอินเดีย ที่เหลือเป็นชนชาติอื่น เมืองสำคัญทางเกาะเหนือ ได้แก่ โอ๊กแลนด์ (Auckland) เวลลิงตัน (Wellington) เป็นเมืองหลวง และแฮมิลตัน (Hamilton) ส่วนเกาะใต้ ได้แก่ ไครส์เชิร์ช (Christchurch) และ ดูนิดิน (Dunedin) ในช่วงที่รัฐบาลสนับสนุน ให้ผู้มีความรู้ความสามารถอพยพจากประเทศต่าง ๆ เข้าตั้งถิ่นฐาน ในประเทศนิวซีแลนด์ได้ ปรากฏว่า ชาวเอเชีย และโพลินีเซียน ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่มากกว่าชนชาติอื่น นิวซีแลนด์จึงเป็นสังคมที่ประกอบ ไปด้วยหลายชาติหลายภาษา
ภาษา
ชาวนิวซีแลนด์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ แต่ขณะเดียวกันภาษาพื้นเมืองเมารียังคงมีบทบาทเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้เป็นชื่อสถานที่  ภาษาเมารีดั้งเดิมไม่มีตัวเขียนจึงใช้ตัวอักษรของภาษาอังกฤษเขียนแทน คำภาษาเมารีเป็นสระผสมพยัญชนะ ไม่มีตัวสะกด  คำภาษาเมารีที่ควรรู้ อาทิ   Aotearoa (เอา เทอะ รัว) แปลว่า ดินแดนแห่งเมฆขาว เป็นชื่อที่ชาวเมารีใช้เรียกนิวซีแลนด์
ศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์นับถือศาสนาคริสต์ สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๆ เช่น ยิว อิสลาม ฮินดู พุทธ จะมีศาสนสถานสำหรับให้บูชาและประกอบพิธีทางศาสนาของตนเองตามเมืองใหญ่
ไฟฟ้า
ใช้กระแสไฟฟ้า 230 โวลต์ AC 50 Hertz เป็นปลั๊กแบบ 3 ขา เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นำไปจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter plugs
ประปา
ประปาในนิวซีแลนด์ มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด สะอาด สามารถใช้ดื่มได้
การติดต่อสื่อสาร
การติดต่อสื่อสาร ที่ทำการไปรษณีย์นิวซีแลนด์เปิดทำการเวลา 09.00-17.00 น. สามารถหาซื้อแสตมป์ บัตรโทรศัพท์ ซองจดหมาย และอุปกรณ์ในการส่งพัสดุภัณฑ์ต่างๆได้ที่ไปรษณีย์  หากจะส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทยต้องติดแสตมป์ 1.10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ราคาโปสการ์ดใบละ 80 เซ็นต์ถึง 1 ดอลลาร์นิวซีแลนด์  ในส่วนของโทรศัพท์สาธารณะในนิวซีแลนด์เป็นโทรศัพท์ที่ใช้บัตรเป็นส่วนใหญ่ บัตรโทรศัพท์มีมูลค่า 5ล 10, 20 หรือ 50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ สามารถหาซื้อได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ หรือร้านขายของที่มีป้ายติดว่า “จำหน่ายบัตรโทรศัพท์” หรือ “Phone Cards Available” อาทิ ร้านขายของที่ระลึก แผงหนังสือ และปั๊มน้ำมัน เป็นต้น  การโทรศัพท์ภายในเขตเดียวกัน จะเสียค่าโทรศัพท์นาทีละ 20 เซ็นต์   หากต้องการโทรศัพท์มาเมืองไทย โทรศัพท์สาธารณะต้องหมุน 00 + 66 + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการ หรือ โทรผ่านโอเปอเรเตอร์ไทยเพื่อเก็บค่าโทรศัพท์ปลายทาง (Thailand Direct) คือ 000 966  หากจะโทรจากเมืองไทยไปนิวซีแลนด์ให้กด 001 + 64 + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการ หรือ กด 100 เพื่อให้โอเปอเรเตอร์ต่อสายให้  เวลาของนิวซีแลนด์ต่างจากเมืองไทย คือ เร็วกว่า 5 ชั่วโมง ในช่วงฤดูร้อน คือ ตั้งแต่วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมไปจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมจะบวกเวลาไปอีก 1 ชั่วโมง (Daylight Saving Time)
ระบบโทรศัพท์
การโทรศัพท์จากนิวซีแลนด์มาประเทศไทย  จะต้องหมุน 00 + 66 + รหัสเมือง + หมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการโทรออก เช่น ต้องโทรศัพท์มาที่ประเทศไทยหมายเลข 02 444 4444 ต้องหมุน 00 66 2 4444 4444

ในกรณีที่ผู้ปกครองต้องการโทรศัพท์หานักเรียนในประเทศนิซีแลนด์จะต้องกด 001 (หรือ 008 / 009) + 64 + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการโทรออก เช่น หากต้องการโทรศัพท์ไปยังหมายเลข 444 4444 ในเวลลิงตัน ต้องกด 001 (หรือ 008 / 009)  64  4  444 4444  แต่หากซื้อบัตรโทรศัพท์จากบริษัทเอกชนทั่วไป ต้องกดรหัสตาม Pin ที่บัตรกำหนดไว้ แล้วกดที่  64  4  444 4444

ไปรษณีย์
ที่ทำการไปรษณีย์ หรือที่เรียกว่า NZ post shop เปิดทำการเวลา 09.00 – 17.00 น. ตามเวลาประเทศนิวซีแลนด์  ซึ่งจะหาได้ง่ายมากกระจัดกระจายไปทั่ว  นักเรียนสามารถหาซื้อแสตมป์ ซองจดหมาย อุปกรณ์ในการส่งพัสดุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งบัตรโทรศัพท์ได้จากที่ทำการไปรษณีย์ได้ นอกจากนี้ NZ Post shop ยังมีการบริการให้ความสะดวกตั้งแต่ การรับชำระเงินค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ  ชำระค่าภาษี ฯลฯ
การประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติ (Overseas Student Health Cover - OSHC)
นักเรียน และนักศึกษาต่างชาติจะต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพ เนื่องจากเป็นข้อบังคับและเพื่อประกอบการขอวีซ่าด้วย  สำหรับการประกันสุขภาพนั้น จะต้องครอบคลุมระยะเวลา ในการพำนักอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งผลการคุ้มครองจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่น้อง ๆ ออกเดินทาง
สกุลเงินตรา
สกุลเงิน ของนิวซีแลนด์ คือ นิวซีแลนด์ดอลล่าร์ (NZ$) ซึ่งเท่ากับ 100 เซ็นต์ รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ ไม่มีข้อกำหนดในการจำกัดจำนวนเงินที่นักเรียนจะนำเข้าประเทศ อย่างไรก็ดี กฎหมายนิวซีแลนด์ กำหนดให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนเข้าประเทศ
สภาพเศรษฐกิจ
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่นิวซีแลนด์จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้าน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล  ซึ่งอุตสาหกรรมหลัก ๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และเกษตรกรรม ซึ่งได้แก่ เนื้อสัตว์ประเภท แกะ วัว ปลา ผลิตภัณฑ์ ขนแก่ ผักและผลไม้  แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  

ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ ประมาณปีละ 2 – 3 ล้านคน  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และไทย  ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับ ภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบที่ใสราวกับกระจก  ฟยอร์ด  เทือกเขาแอลป์ส ตอนใต้ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีและมีธารน้ำแข็งขนาดมหึมา ทำให้อุตสาหกรรมการท่องที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

ร้านค้า
ร้านค้าต่าง ๆ ในนิวซีแลนด์มีมากมาย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันผู้คนจึงนิยมที่จะเดินเลือกซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมาก  โดยปกติร้านค่าง ๆ ในนิวซีแลนด์จะเปิดวันจันทร์-วันเสาร์  แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เปิดวันอาทิตย์ด้วยเช่นกัน ร้านค้าจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.00 น. จนถึง 17.30 น.  และจะปิดช้ากว่าปกติหนึ่งครั้งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์  สำหรับเทศการพิเศษ ซึ่งอาจขยายเวลาปิดไปถึง 21.00 น.  สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์นั้นเวลาเปิดปิดของแต่ละร้านอาจแตกต่างกัน บางร้านอาจเปิดช้า บางร้านก็ปิดก่อน บางร้านก็ปิดตั้งแต่บ่ายโมง

สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันในนิวซีแลนด์นั้นมีราคาเท่ากับสินค้าในประเทศอังกฤษ และออสเตรเลีย   ซึ่งตารางด้านล่างได้ให้รายละเอียดราคาสิ้นค้าที่รู้จักกันดีไว้ระดับหนึ่ง  ทั้งนี้ร้านค้าและบริการหลายอย่างในนิวซีแลนด์มีส่วนลดให้กับนักเรียนด้วยเช่นกัน สถาบันการศึกษาบางแห่งสามารถออกบัตรประจำตัวให้กับนักศึกษาเพื่อขอส่วนลดได้ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

  • ส่งจดหมาย (ในประเทศนิวซีแลนด์)    เฉลี่ย    $ 0.45
  • อาหารประเภท Big Mac ที่ McDonalds   เฉลี่ย    $ 3.95
  • ดูภาพยนต์ที่โรงหนัง      เฉลี่ย    $ 11.00
  • ซื้อเครื่องดื่ม Coca Cola หนึ่งขวด     เฉลี่ย    $ 2.50
  • ดื่มกาแฟ 1 แก้ว ที่ร้านกาแฟ    เฉลี่ย    $ 3.00
อาหาร
อาหารในประเทศนิวซีแลนด์ได้ชื่อว่าสดและสะอาด  โดยเฉพาะอาหารประเภทผักสด ผลไม้ อาหารทะเล เนื้อแกะ และผลิตภัณฑ์ ที่ทำมาจากนม  เพราะประเทศนิวซีแลนด์ คือแหล่งผลิตเนื้อแกะ เนื้อ และผลิตภัณฑ์ นม เนย

และเนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่มาก จึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมอาหารจานด่วน และศูนย์อาหารมากมาย นักเรียน และนักศึกษา สามารถเลือกหาอาหารนานาชาติรับประทานได้ง่าย  โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

ร้านอาหารในนิวซีแลนด์จะเปิดให้บริการทุกวัน ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาคือ 11.30-15.00 น. และ 18.00-21.30 น.

การท่องเที่ยว
ประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ ของเส้นศูนย์สูตรโอบล้อมด้วย มหาสมุทรแปซิฟิกทาง ด้านตะวันออก และทะเลทัสมันด้านตะวันตก ลักษณะประเทศเป็นหมู่เกาะ ประกอบด้วย เกาะใหญ่ 2 เกาะ และเกาะเล็ก เกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง เกาะที่เรารู้จักกันดีคือ เกาะเหนือ (North Island) เกาะใต้ (South Island) และเกาะเล็กตั้งอยู่ปลายสุด ของเกาะใต้ชื่อ เกาะสจ๊วต (Stewart Island) ถ้ามองดูแผนที่จะเห็นว่า นิวซีแลนด์อยู่ใกล้ กับประเทศออสเตรเลีย ลักษณะเกาะมีรูปร่างยาว ประกอบไปด้วยชายหาด มากมาย และทะเลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ฟยอร์ด (Fjord) บางส่วนเป็นที่ราบ อุดมสมบูรณ์ใช้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำร้อน ภูเขาไฟที่ดับแล้ว และยังไม่ดับ บ่อโคลนเดือด บริเวณเทือกเขาสูงมีหิมะ ขาวปกคลุม พื้นที่ของประเทศนิวซีแลนด์ โดยรวมประมาณ 268,105 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่าขนาด ของประเทศอังกฤษหรือญี่ปุ่น มีเมืองหลวง เวลลิงตัน
เมืองที่น่ารู้จัก
เกาะเหนือ
โอ๊คแลนด์ (Auckland) เป็นเมืองใหญ่และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน เมืองนี้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ และอุตสาหกรรม ของประเทศ เป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญ และเป็นเมืองแห่งการแล่นเรือใบ

แฮมิลตัน (Hamilton) เป็นเมืองที่แม่น้ำไวกาโต้ ซึ่งเป็นแม่น้ำยาวที่สุด ในประเทศนิวซีแลนด์ไหลผ่าน และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไวกาโต้ (The University of Waikato) 

เกาะใต้
ไครัสท์เชิร์ช (christchurch) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะใต้เป็นเมืองอุทยานแบบอังกฤษ มีส่วนดอกไม้ สวยงาม มีประชากรอาศัยอยู่ราว 3 แสนคน

ดะนีดิน (Dunedin) หรือสก๊อตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของเกาะใต้ เป็นที่ตั้ง ของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด ของนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัย โอตาโก้ (University of Otago)

ความปลอดภัย
นิวซีแลนด์ได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินสูง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ และอุดมสมบูรณ์มาก ประชาชนอยู่ดีกินดี รัฐบาลให้การดูแลเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ เป็นอย่างดี อาชญากกรมจึงมีน้อย นักเรียนไทยที่เคยไปศึกษาที่นิวซีแลนด์ มักจะพูดว่านิวซีแลนด์เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยมาก แต่เนื่องจากทุกแห่งก็มีทั้งคนดี และคนไม่ดีปะปนกัน นักศึกษาที่ไปเรียนจึงควรจะต้องระมัดระวัง ในเรื่องความปลอดภัยของตนเองในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ระบบขนส่งมวลชน
ประเทศนิวซีแลนด์มีระบบขนส่งมวลชนที่ดี เมืองต่าง ๆ ของนิวซีแลนด์มีบริการรถประจำทาง และรถไฟที่มีประสิทธิภาพ บางเมืองก็มีทั้งสองอย่าง รถประจำทางจะบริการรับส่งผู้โดยสารตามป้ายและเวลาที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังรูปแบบการเดินทางอย่างอื่นเช่น บริการรถแท็กซี่ รถจักรยาน หรือแม้กระทั่ง การเดินนักเรียนส่วนมากจะพักอยู่ในหอพักของโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย  จึงสามารถเดินไปเรียนได้ อาจจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

หรือนักเรียนบางคนที่มีที่พักอยู่ค่อนข้างไกลจากสถานศึกษา อาจเลือกที่จะซื้อรถยนต์ส่วนตัว  ซึ่งรถยนต์มือสองก็มีราคาไม่แพง  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นักเรียนควรจะศึกษากฎการขับขี่และทำใบขับขี่ให้เรียบร้อยเสียก่อน  ส่วนการปั่นจักรยานในประเทศนิวซีแลนด์นั้นผู้ขับขี่ต้องสวมหมวกกันน็อคตลอดเวลา และต้องเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด   รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายจราจร ใบอนุญาตขับขี่ และมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยสามารถติดต่อรับได้ที่หน่วยงานทางราชการ ชื่อ Land Transport New Zealand (http://www.ltsa.govt.nz)

สำหรับการเดินทางภายในประเทศนั้น ทำได้หลายรูปแบบ

  • เครื่องบิน  นิวซีแลนด์มีสายการบินภายในประเทศสองสาย ซึ่งมีเที่ยวบินเชื่อมเมืองขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั่วประเทศ วันละหลายเที่ยวบินตลอดวัน นอกจากนั้นยังมีสายการบินพิเศษที่บินเชื่อมระหว่างเมืองหลักกับแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ
  • รถไฟ  มีให้เลือกทั้งแบบหรูหรา และแบบธรรมดา
  • รถยนต์  นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะเช่าขับรถเที่ยวด้วยตนเองหามีเวลาพอ ถนนหนทางในนิวซีแลนด์สะดวกสบาย และเชื่อมต่อกันทั่วทั้งประเทศ การขับรถเที่ยวในนิวซีแลนด์ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของนิวซีแลนด์ไปตลอดการเดินทาง
  • เรือเฟอรี่ ให้บริการขนส่งผู้โดยสารและยานพาหนะระหว่างเกาะเหนือและเกาะใต้
ระบบการเมือง
นิวซีแลนด์มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และมี Government General เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในนิวซีแลนด์
รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นกฎหมายที่ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครองแต่จะมีกฎหมายอื่นๆหลายฉบับมาประกอบกันเช่น Constitution ACT 1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้รวบรวมเอาหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจายอยู่มาบัญญัติไว้ด้วพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เป็นต้น แต่พระราชบัญญัติเหล่านี้ไม่มีบทบัญญัติ

ปัจจุบันการปกครองของรัฐบาลนิวซีแลนด์ปกครองภายใต้ระบบรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ (ระบบเวสต์มินสเตอร์) ซึ่งเป็นระบบที่ให้อำนาจตุลาการส่วนหนึ่งของฝ่ายตุลาการแก่ฝ่ายปกครอง และใช้ระบบ MMP (Mixed Member Proportion) ซึ่งเป็นระบบที่ให้สิทธิผู้เข้าเลือกตั้งเลือกพรรคและผู้นำของแต่ละพรรคในการเลือกตั้งรัฐบาล ซึ่งในอดีตเคยมีการใช้ระบบที่เรียกว่า FPP (First Past-the-Post) หรือระบบที่ผู้มาใช้สิทธิมีเพียง1เสียงในการเลือกตั้งรัฐบาลแต่ละครั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับระบบปัจจุบันในประเทศไทย ระบบนี้ใช้จนถึงปีพ.ศ. 2537 และมีที่นั่งในรัฐสภาจำนวน 120 ที่นั่ง (+1 ประธานสภา) ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศนิวซีแลนด์คือ John Key ผู้นำพรรค National

วัฒนธรรมและสังคม
นิวซีแลนด์มีวัฒนธรรม 2 แบบ คือ วัฒนธรรมคนผิวขาว ซึ่งคล้ายคลึงกับคนยุโรปและอเมริกัน และวัฒนธรรมเผ่าเมารี ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจศึกษาและเป็นวัฒนธรรมที่มีความเคร่งครัดในเรื่องขนบธรรมเนียมพิธีรีตอง
ชาวนิวซีแลนด์โดยทั่วไปเป็นคนอัธยาศัยดี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ และช่วยเหลือผู้เดินทางจากต่างประเทศ นอกจากนั้น เป็นคนที่ถือเรื่องการรักษาการนัดหมายอย่างเคร่งครัด
การให้ทิปเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นนักในประเทศนิวซีแลนด์ บางครั้งบริกรจะปฏิเสธเงินค่าทิป

ในด้านวัฒนธรรมเผ่าเมารี มีข้อที่ควรรู้คือ

คนต่างชาติจะต้องไม่เข้าไปในสถานประกอบพิธีทางศาสนาและพิธีการต่างๆ (Marae) โดยไม่ได้รับเชิญก่อนอย่างเป็นพิธีรีตอง ในพิธีต่างๆ ของเผ่าเมารี ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะนั่งแยกต่างหากจากกัน ห้ามไม่ให้รับประหารอาหารใน Marae ชนเผ่าเมารีมีวิธีการต้อนรับ โดยการใช้จมูกและหน้าผากจรดกัน เรียกว่า Hongi

คำภาษาเมารีที่ควรรู้ ได้แก่
haere-mai ฮาเอเร-มาอิ แปลว่า สวัสดี
haere-re ฮาเอเร-รา แปลว่า ลาก่อน
kia-ora เคีย-โอรา แปลว่า โชคดี หรือ ใช้อวยพรก่อนลาจากกัน
haka ฮากา แปลว่า การเต้นรำก่อนทำศึก
Ao tearoa เอา เทอะรัว แปลว่า ดินแดนแห่งแนวเมฆขาว เป็นชื่อที่ชาวเมารีใช้เรียก นิวซีแลนด์

เอกสารประกอบการขอยื่นวีซ่า : วีซ่านักเรียน

  1. หนังสือเดินทาง (Passport) ต้นจริง พร้อมสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทาง
  2. ใบสมัครวีซ่านักเรียน พร้อมรูปถ่าย 2 นิ้ว สี หรือขาวดำ จำนวน 1 รูป
  3. หนังสือตอบรับเข้าเรียน (Offer of Place) โดยระบุหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันเริ่มเรียน วันสิ้นสุดการเรียน
  4. ใบเสร็จรับเงิน จากสถาบันที่สมัครเรียน
  5. ใบรับรองด้านการเงิน (ใช้แบบฟอร์มของสถานฑูต – Financial Undertaking Form) และสำเนาสมุดเงินฝาก หรือบัญชีเงินฝากของผู้ค้ำประกันนักเรียน ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  6. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านของนักเรียน
  7. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน , สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันนักเรียน
  8. สำเนา หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือหนังสือจดทะเบียนการค้า ของผู้ค้ำประกัน
  9. วุฒิการศึกษาระดับสุดท้าย หรือขณะกำลังศึกษาอยู่ ของนักเรียน
  10. นักเรียนที่สมัครเรียนภาษา ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ต้องไป X-Ray ปอด โดยใช้ แบบฟอร์ม ของสถานฑูต และ โรงพยาบาลตามที่สถานฑูต ระบุว่ารับผลตรวจโรค
  11. นักเรียนที่เรียนในประเทศนิวซีแลนด์ มาแล้ว 2 ปี และจะไปเรียนต่อในปีที่ 3 หรือคาบเกี่ยวปีที่ 3 จะต้องตรวจโรค โดยใช้ แบบฟอร์ม ของสถานฑูต ซึ่งสถานฑูตจะรับผลตรวจโรคจาก  โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ – โรงพยาบาล สมิตเวช – โรงพยาบาล บางกอกเนิสซิ่งโฮม – โกลบอล ดอกเตอร์ คลินิก
  12. นักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป จะต้องตรวจประวัติอาชญากรรม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  13. หนังสือแสดงความยินยอมของผู้ปกครอง (กรณี นักเรียนมีอายุต่ำกว่า 17 ปี)
  14. เงินค่าสมัครวีซ่านักเรียน 5,000.- บาท (เงินจำนวนนี้ จะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น)

สิทธิการทำงานของเด็กต่างชาติ ในประเทศนิวซีแลนด์

ชื่อ visa  :  Student visa/permit
ค่า visa  : 
200 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (148 ดอลลาร์สหรัฐ)
ค่าใบอนุญาตการทำงาน  :  
ค่าใบอนุญาต 200 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
อนุญาตให้ทำงานได้โดยอัตโนมัต ิ :  
ไม่ใช่
เวลาการทำงาน  :  
20 ชม./สัปดาห์
วันหยุด  :  
20 ชม./สัปดาห์
วันคริสต์มาส  :  
เต็มเวลา หากเป็นหลักสูตรเกิน 12 เดือน
ระยะเวลาขั้นต่ำของ visa  :  
6 เดือน
ข้อจำกัดอื่น :
  IELTS 5.0

ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากคุณวุฒิและโปรแกรมการศึกษาเป็นระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ นักเรียนจึงสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์และเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักได้
นิวซีแลนด์มีข้อตกลงที่เป็นทางการกับมาเลเซียและจีน ในด้านความร่วมมือกันทางการศึกษา และร่วมมือกับเยอรมันนีและฝรั่งเศส เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรี และกับประเทศออสเตรเลียในด้านค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับอุดมศึกษา
โรงเรียนและสถาบันการศึกษา มีการจัดเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้รับความสะดวกสบายในการเรียนรู้ อาทิการให้คำแนะนำด้านอาชีพ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงินทุน สมาคมนักเรียน ที่คอยช่วยเหลือด้านสังคม วัฒนธรรม และกิจกรรมกีฬา ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ที่มีติวเตอร์ คอยช่วยเหลือเรื่องการเรียน การเขียนเรียงความ สถิติ การใช้คำ และการวางแผนในการทำวิจัย การใช้ห้องสมุด และเทคนิคในการทำข้อสอบ สำนักงานนานาชาติที่จะคอยช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่ประจำชาติหากนักเรียนต้องการ ในด้านการเจ็บป่วย การขอวีซ่า และการหาที่พัก ฯลฯ
นักเรียนที่ต้องจากบ้านของตนเอง มาเรียนต่างประเทศอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยว กดดัน ดังนั้นในทุกๆ สถาบัน ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษา จะมีผู้ที่คอยให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ ทั้ง เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องเรียน ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้นักเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ในแต่ละชั้นปีจะมีหัวหน้ากลุ่มที่คอยดูแลสวัสดิภาพ แนวทางและหลักสูตรของนักเรียน ทั้งโรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษา ยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเลือกอาชีพ การเขียนประวัติส่วนตัว และการสมัครงาน
สถาบันอุดมศึกษาจะมีผู้รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืน โทรศัพท์ฉุกเฉิน และมีการรูดบัตรสำหรับเข้าภายในตึก มีอาสาสมัครที่คอยไปส่งนักเรียนหากนักเรียนเลิกเรียนดึก นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศ แต่ก็เป็นการดีหากจะมีการป้องกันไว้ก่อน
สถาบันอุดมศึกษาจะมีกลุ่มหรือห้องสำหรับผู้หญิง มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการกับปัญหาการคุกคามทางเพศ

ที่พักอาศัย

ที่พัก แต่ละประเภท มีดังนี้ คือ

การพักอาศัยกับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ (Homestay Family)
เหมาะสำหรับนักเรียนใหม่ที่เดินทางไปเรียนคนเดียวโดยไม่มีญาติ พี่น้องอยู่ที่นิวซีแลนด์เลย หรือ ไม่รู้จักใครเลยในเมืองนี้ การพักแบบ Homestay คือการอาศัยอยู่ในบ้านกับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์โดยที่นักศึกษามีห้องเป็นส่วนตัว ครอบครัวเจ้าของบ้านนั้นจะต้อนรับและดูแลนักศึกษา เสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้าน ซึ่งบ้านแต่ละหลังถูกคัดเลือกมาอย่างรอบคอบและมีเงื่อนไขตรงกับที่ควรปฏิบัติ โดยสถาบันจะมีกฎเกณฑ์การคัดเลือกครอบครัวชาวนิวซีแลนด์อย่างเคร่งครัด ครอบครัวทุกครอบครัวจะผ่านการตรวสอบประวัติอาชญากรรมจากกรมตำรวจ โดยที่สถาบันการศึกษาต้องเข้าไปมีส่วนตรวจสอบความเป็นมา เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และนักศึกษาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ในช่วงแรกที่เข้าไปพักกับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและวัฒนธรรมตะวันตก จากเจ้าของบ้าน บางบ้านจะพานักเรียนไปเที่ยวตามสถานที่ที่น่าสนใจ หรือ อาจพาไปงาน สังสรรค์ ที่เพื่อนๆของเจ้าของ Homestay จัดขึ้นด้วย  จึงเป็นที่นิยมกันมากสำหรับนักเรียนต่างชาติ ทางครอบครัวจะดูแลอาหารเช้าและอาหารค่ำให้ด้วย ราคาที่พักแบบ Homestay จะเริ่มที่ 180-200 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อสัปดาห์โดยประมาณ โดยต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมในการจัดการด้วย แต่จะเรียกเก็บเพียงครั้งเดียว

การพักแบบ Hostels
สถาบันการศึกษาหลายแห่งจะมีหอพักประจำ (Boarding Hostel) สำหรับนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือละแวกใกล้เคียง ห้องพักจะเป็นแบบเดี่ยว หรือไม่ก็เป็นแบบห้องรวมและมีโรงอาหารไว้คอยบริการ  หอพักจะปิดในช่วงปิดเทอม  ซึ่งนักศึกษาที่ไม่ได้เดินทางกลับประเทศสามารถย้ายไปอยู่ที่พักแบบโฮมสเตย์แทนเป็นการชั่วคราว  การพักในหอพักถือป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ในการเจอกลุ่มเพื่อนที่สนใจในสิ่งเดียวกัน อัตราค่าหอพักแต่ละมหาวิทยาลัยค่อนข้างหลากหลาย  โดยจะอยู่ที่ 180-200 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อสัปดาห์โดยประมาณ

แฟลต/บ้าน/ทาวเฮ้าส์ 
นักศึกษาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  สามารถช่าบ้าน หรืออพาร์ทเมนท์เป็นการส่วนตัว หรือแชร์กับคนอื่นได้  ทั้งนี้นอกจากค่าเช่าห้องพักแล้ว นักศึกษาต้องจ่ายค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และค่าอาหารโดยตัวเองด้วย การไปเช่าที่พักทำให้นักศึกษามีอิสระมากยิ่งขึ้น การหาที่พักด้วยตนเองสามารถหาข้อมูลได้ค่อนข้างง่าย โดยข้อมูลต่าง ๆ สามารถหาได้จากบอร์ดของโรงเรียน ซึ่งทางสถาบันการศึกษาก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ หรือบนหน้าหนังสือพิมพ์ ส่วนใหญ่จะมีการให้ทำสัญญาการเช่าโดยการวางเงินมัดจำล่วงหน้า  2- 4 สัปดาห์ โดยจะได้คืนเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า การชำระค่าเช่าส่วนใหญ่จะเป็นการชำระผ่านระบบอัตโนมัติทางธนาคาร ซึ่งน้อง ๆ สามารถเปิดบริการนี้ที่ธนาคารในนิวซีแลนด์ที่มีน้อง ๆมีบัญชีอยู่  การเช่าพักในลักษณะนี้เหมาะกับน้อง ๆ ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่งแล้ว  ค่าเช่าห้องพักหรือบ้านพักนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละเมือง ซึ่งปกติราคาค่าเช่าในย่านใจกลางเมืองจะสูงมากเมื่อเทียบกับในย่านชานเมือง หรือในเมืองเล็ก ๆ ในเขตเมืองนั้นห้องพักที่ตั้งอยู่ในย่านที่ค่อนข้างสะดวกสบายราคาประมาณ 150 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อสัปดาห์ โดยที่ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต่อสัปดาห์จะอยู่ที่ 100 เหรียญโดยประมาณ

ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้านการศึกษา นิวซีแลนด์ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และมีโอกาสทางการศึกษาที่เป็นเลิศ เป็นส่วนช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติ นอกเหนือจากนั้น สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ยังมุ่งเน้นจัดหลักสูตรที่ พัฒนาทักษะและความรู้ ให้เหมาะสมกับนักศึกษา เพื่อความสำคัญทางสาขาอาชีพการงานและการดำเนินชีวิต กระตุ้นให้เรียนรู้ และคิดค้นสิ่งใหม่ในทุกแง่มุม

  • ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับแนวหน้า ประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
  • ประเทศนิวซีแลนด์ เปิดรับนักเรียน นักศึกษาในทุกระดับตั้งแต่ ระดับมัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีว-ศึกษา โพลีเทคนิค วิทยาลัยครู มหาวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาเอกชน ระดับมัธยมศึกษา
  • ประเทศนิวซีแลนด์ มีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา ประมาณ 400 กว่าแห่ง ซึ่งรวมทั้งโรงเรียนของรัฐบาล กึ่งรัฐบาล และเอกชน โดยเรียกว่า High School หรือ Grammar School หรือ College
  • โรงเรียนมัธยมศึกษา จะเปิดรับนักเรียนนานาชาติ เข้าเรียนได้ตั้งแต่ระดับ Year 9 (มัธยม 3 – อายุ 13 ปี ขึ้นไป) แต่บางโรงเรียนก็รับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับ Year 7 (มัธยม 1 – อายุ 11 ปี) เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเนื้อหาของรายวิชาในหลักสูตร จะเป็นการเรียนในภาควิชาบังคับพื้นฐานทั่วไป ปีการศึกษา

การศึกษาในสถาบันต่างๆ

1. Language School
หลักสูตรภาษาอังกฤษ เปิดสอนในศูนย์ภาษาหรือสถาบันเอกชนทั่วประเทศ นักเรียนสามารถเข้าเรียนได้ตลอดทั้งปี เริ่มเรียนได้ในทุกสัปดาห์ ราคาประหยัด หลักสูตรเร่งรัด เน้นการสนทนาให้ได้ผลเร็ว ตั้งอยู่ในหลายเมืองทั่วประเทศ New Zealand รวมทั้งเมืองเล็กๆ ที่มีนักเรียนไทยจำนวนไม่มากเช่น เนลสัน ควีนสทาวน์ โรโตรัว ฯลฯ
หลักสูตรต่างๆ ที่เปิดสอนมีดังนี้

  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (General English)
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมสอบ TOEFL, IELTS
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย (English for Academic Purposes)
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อธุรกิจ (English for Business)
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมเข้าเรียนระดับมัธยม (High School Preparation English)
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษ พร้อมทัศนศึกษาและกิจกรรมนอกสถานที่ (English plus Activities)

2. Polytechnic / College
หลักสูตรและวุฒิการศึกษา ที่เปิดสอนโพลีเทคนิค และสถาบันเทคโนโลยี เปิดสอนในประเภท และระดับของหลักสูตร ดังนี้คือ

  • ประกาศนียบัตร (Certificates) เป็นหลักสูตรเบื้องต้น และหลักสูตรเร่งรัด ระยะเวลาในการศึกษาของแต่ละหลักสูตร มีตั้งแต่ 13 สัปดาห์ ถึง 2 ปี
  • อนุปริญญา (Diploma) เป็นหลักสูตรที่สูงกว่าหลักสูตรประกาศนียบัตร ระยะเวลาในการศึกษา ของหลักสูตร คือ 2 ปี
  • ปริญญา (Bachelor Degree) เป็นหลักสูตรที่ใช้ระยะเวลาในการศึกษา คือ 3 – 4 ปี
  • ปริญญาโท (Master’s Degree) เป็นหลักสูตรที่เปิดสอนเฉพาะ กับบางสถาบัน และในบางสาขาวิชา เท่านั้น

สำหรับ นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 6 สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับ Certificate และ Diploma ได้โดยตรง

สถาบันอุดมศึกษาเอกชน (Private Tertiary Education)
สถาบันอุดมศึกษาเอกชน จะเปิดสอนหลักสูตรอาชีวศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นความถนัดในเชิงปฏิบัติวิชาชีพ สาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น การบริหารธุรกิจ การทำอาหาร การท่องเที่ยว การโรงแรม เป็นต้น

3. University 
มหาวิทยาลัย 8 แห่งที่เปิดสอน ในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในด้านความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ หลักสูตรที่เปิดสอนได้แก่ พาณิชยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี่ เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

  • 8 มหาวิทยาลัย แต่ละแห่ง จะมีระบบการตรวจคุณภาพของตนเอง และได้รับการตรวจสอบจากส่วนกลาง ทั้งในแง่ของหลักสูตรที่เปิดสอน และนโยบายของมหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัย ในประเทศนิวซีแลนด์ เปิดสอนในหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ถึงปริญญาเอก นอกเหนือจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรระดับต่าง ๆ ในบางสาขา รวมทั้งหลักสูตรเกียรตินิยม และหลักสูตร 2 ปริญญาบัตร
  • สำหรับการสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก ข้อกำหนดในการสมัคร จะเหมือนในประเทศอื่นๆ คือ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สำหรับการสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อปริญญาเอก โดยบางหลักสูตร อาจกำหนดในเรื่องประสบการณ์ การทำงานด้วย

หลักสูตรปีเตรียม (Foundation)
ในมหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่ง ของนิวซีแลนด์เปิดสอนหลักสูตรปีเตรียม เพื่อเตรียมนักศึกษา เข้าเรียนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรมีระยะเวลา 28 สัปดาห์ ถึง 1 ปี เปิดสอนวิชาคณิตศาสตร์ อังกฤษ และวิชาเลือกอื่นๆ

มหาวิทยาลัยทั้งหมด จะกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

มหาวิทยาลัย ในเกาะเหนือ

1. University of Auckland – Auckland
2. Auckland University of Technology – Auckland
3. University of Waikato – Auckland
4. Massey University – Auckland or Palmerston Nort
5. Victoria University – Wellington

มหาวิทยาลัย ในเกาะใต้

6. University of Otago – Dunedin
7. University of Canterbury – Christchurch
8. Lincoln University – Christchurch

วิทยาลัยครู (College of Education)
สำหรับนักศึกษาที่สนใจสาขาครุศาสตร์ วิทยาลัยครูในนิวซีแลนด์ มีหลักสูตรที่เปิดสอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตั้งแต่หลักสูตรสำหรับการดูแลและการสอนนักเรียนอนุบาล นักเรียนระดับประถม นักเรียนมัธยมศึกษา และยังสามารถจัดหลักสูตรพิเศษต่างๆ ตามความต้องการของนักเรียน ทั้งที่ต้องการเรียนเป็นกลุ่ม และแบบเดี่ยว

สถาบันโพลีเทคนิค และสถาบันเทคโนโลยี (Polytechnics and Institute of Technology)
8 โพลีเทคนิค และสถาบันเทคโนโลยี คือสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปิดสอนในหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ มากมายในกว่า 150 สาขาวิชา โดยเน้นให้ความสำคัญกับการอบรมสายวิชาชีพ ด้านอุตสาหกรรมธุรกิจ และการพาณิชย์ และเน้นการศึกษาด้านการปฏิบัติเพื่อการใช้งานจริง สถาบันโพลีเทคนิคทั้งหมด มีประมาณ 25 แห่ง กระจายอยู่ 18 แห่งในเกาะเหนือ และ 7 แห่งในเกาะใต้ – นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรสั้นๆ (Short Courses) และหลักสูตรภาษาอังกฤษอีกด้วย

4. High School
โรงเรียนมัธยมศึกษา ในประเทศนิวซีแลนด์ ใช้ระบบ 4 เทอม เริ่มต้นเทอม 1 ในเดือนกุมภาพันธ์ และจบเทอม 4 ในเดือน ธันวาคม ส่วนหนึ่งระหว่างเทอมในเดือนเมษายน กรกฎาคม กันยายน

วุติการศึกษา (National Certificate of Educational Achievement) ในระดับมัธยมศึกษา นักเรียนจะได้รับคุณวุฒิเมื่อเรียนจบ เป็นวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า National Certificate of Educational Achievement (NCEA) ซึ่งคุณวุฒิดังกล่าวใช้ในระดับชั้น เยียร์ 11 – 13 (Years 11 – 13) นักเรียนจะได้สอบใน 3 ระดับ (Levels 1 – 3) การสอบจะประกอบด้วยการประเมินโดยคุณครูประจำวิชาในโรงเรียน และการสอบข้อสอบระดับประเทศ วุฒิการศึกษา NCEA qualifications ดังกล่าวข้างต้น เป็นวุฒิการศึกษาที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ปรับปรุงใช้ เพื่อแทนที่ School Certificate ในชั้นเยียร์ 11 หรือ Sixth Form Certificate ในชั้นเยียร์ 12 และ High School Certificate ในชั้นเยียร์ 13 ตามลำดับ

ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education) การศึกษาในระดับอุดมศึกษา หมายถึง การศึกษาในระดับที่สูงกว่า ระดับมัธยมศึกษา ซึ่งได้แก่การศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัย วิทยาลัยครู โพลีเทคนิคและสถาบันเทคโนโลยีต่างๆ นิวซีแลนด์ มีถาบันอุดมศึกษา และหลักสูตรระดับอุดมศึกษามากมายทั่วประเทศ และเป็นหลักสูตรที่ได้รับมาตรฐานสูง

นักศึกษาที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ และผลการเรียนและหลักฐานอื่น ๆ ตามที่สถาบันระบุ

ปีการศึกษา 

ปีการศึกษา ระดับอุดมศึกษา จะเริ่มในเดือน กุมภาพันธ์ และสิ้นสุดที่เดือน พฤศจิกายน และมีช่วงเปิดภาคเรียนแตกต่างกันตามสถาบัน

  • บางสถาบันใช้ระบบ 2 เทอม หรือ 3 เทอม
  • สถาบันสามารถรับนักศึกษาใหม่ได้ปีละ 1 ครั้ง และปีละ 2 ครั้งในบางหลักสูตร
study-newzea01

เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศหนึ่งในเขตแปซิฟิกที่มีการทำอุตสาหกรรม เช่น การต่อเรือ โรงงานเบียร์ไวท์ โรงงานปลากระป๋อง แต่ส่วนใหญ่การอุตสาหกรรมในนิวซีแลนด์มีน้อยมาก และ มีการทำอุตสาหกรรมการเกษตร เช่นการทำผลไม้กระป๋อง อุตสาหกรรมการขุดแร่ เช่น ถ่านหิน เหล็ก อุตสาหกรรมป่าไม้ และ ยังมีการเพาะปลูกที่ทำให้นิวซีแลนด์มีรายได้มากส่วนหนึ่ง เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และ ผลไม้เช่น สตรอเบอรี่ และแอปเปิล เป็นต้น

ทุนการศึกษา

เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมในระดับ 4 จะประเมินความสามารถของนักเรียน ในการคิดและประมวลผล และนำไปใช้ในระดับสูงทั้งในโรงเรียนและในชีวิต

การทำงานระหว่างการศึกษา 
นักศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปและผู้ที่ลงเรียนภาษาหลักสูตร 6 เดือนขึ้นไป (มีผลคะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.0) สามารถขอใบอนุญาตทำงานได้ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ควรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนและต้องมีจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยด้วย โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ NZ Immigration

เมืองและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

นักท่องเที่ยวมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความสงบ         น่ารื่นรมย์ด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจไปเสียทุกที่  ดังเช่นทางเกาะเหนือ มีเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่โอ๊กแลนด์ (Auckland)ประวัติความเป็นมา ชาวเมารีอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้มาตั้งแต่เดิม เมื่อชาวผิวขาวเข้ามาสำรวจนิวซีแลนด์และตั้งเมืองศูนย์กลางของชุมชนที่เมืองรัสเซล ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ โอ๊กแลนด์เกือบกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า    เพราะชาวเมารีที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากการสู้รบกันเองได้อพยพลงไปอยู่ทางตอนใต้ จนปี ค.ศ.1840 (พ.ศ.2383) เมื่อมีการเซ็นสัญญาสงบศึกไวตังกิ กัปตันวิลเลียม ฮอบสัน ได้ย้ายมาตั้งเมืองหลวงมีพื้นที่ระหว่างอ่าวไวเตมาตา (Waitemata) และอ่าวมานูเกา (Manukau) แห่งนี้ โดยตั้งชื่อว่าเมืองโอ๊กแลนด์ตามชื่อลอร์ด ผู้เป็นไวซรอยแห่งอินเดีย

ในปี ค.ศ.1865 (พ.ศ.2408) เมื่อมีคนอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นิวซีแลนด์มากขึ้นทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้ เมืองหลวงจึงต้องย้ายจากโอ๊กแลนด์มาที่เวลลิงตันซึ่งอยู่ใกล้เกาะใต้มากขึ้น แต่ความเจริญของเมืองยังคงอยู่ที่โอ๊กแลนด์จนกลายเป็นเมืองที่เจริญเติบโตมากที่สุดของนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน

โอ๊กแลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ มีประชากรประมาณ 9 แสนคน นอกจากจะมีชาวผิวขาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ยังกลายเป็นเมืองศูนย์กลางของชาว  โพลีนีเชียนจากหมู่เกาะทะเลใต้ ปัจจุบันมีคนเอเชียอพยพเข้าไปทำมาหากินและเรียนหนังสือเพิ่มขึ้นทุกขณะ

โอ๊กแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเหนือบริเวณคอคอดของแหลมทำให้มีท่าเรือ อ่าวจอดเรือที่ดีสองฟากฝั่งของเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนกลุ่มภูเขาไฟที่ดับแล้ว จึงเห็นภูมิประเทศเป็นเนินเขาและเป็นหลุมเป็นบ่อของปล่องภูเขาไปอยู่ทั่วไป  แม้จะมีประชากรน้อยเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลก แต่โอ๊กแลนด์ก็จัดเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในนิวซีแลนด์ เป็นเมืองที่เฉลี่ยจำนวนบ้านและรถยนต์ต่อประชากร 1 คนแล้วมีอัตราที่สูงที่สุดในโลก

โอ๊กแลนด์ได้สมญานามว่าเมืองแห่งการแล่นเรือใบ  (The City of Sails) ซึ่งมาจากการที่มีอ่าวจอดเรือที่สมบูรณ์ และชาวเมืองนิยมแล่นเรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้วิวทิวทัศน์อ่าวเมืองโอ๊กแลนด์มีสีสันสวยงามยิ่งนัก

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในโอ๊กแลนด์

ย่านดาวน์ทาวน์ ย่านกลางเมืองคือสองฝั่งถนนควีน (Queen Street) ซึ่งเริ่มจากจัตุรัสควีนอลิซาเบธที่ 2 ตรงข้าวเฟอรร์รี่ริมอ่าวไปจนถึงจัตุรัสอาโอเทีย (Aotea Square) และอาโอเทียเซ็นเตอร์ (Aotea centre)

  • โอ๊กแลนด์โดเมน (The Auckland Domain) อยู่ใกล้กับย่านดาวน์ทาวน์ มีพื้นที่ 80 เฮกตาร์ เป็นอาณาเขตของสวนสาธารณะ มีพิพิธภัณฑ์โอ๊กแลนด์ตั้งอยู่บนเนินเขา
  • พิพิธภัณฑ์โอ๊กแลนด์ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Auckland War Memorial Museum เพราะตัวอาคารและบริเวณโดยรอบถือเป็นที่รำลึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งที่นิวซีแลนด์เข้าไปมีบทบาทอยู่ด้วย  ภายในพิพิธภัณฑ์จะได้ชมคอลเล็กชั่นศิลปะ ข้าวของเครื่องใช้ของเมารีที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ รวมทั้งบ้านแบบเมารีและเรือรบซึ่งเป็นเรือไม้ ชุดแกะสลักลวดลายละเอียดยิบ
  • พิพิธภัณฑ์สมุทรศาสตร์ (New Zealand National Maritime Museum) ตั้งอยู่ริมอ่าวย่านดาวน์ทาวน์ เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเรือและการเดินเรือที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก- สวนสัตว์โอ๊กแลนด์  (Auckland Zoo) ถ้าหากต้องการดูนกกีวีตัวจริงจะหาดูได้ที่นี่ ในอาคารจะทำให้มืดเหมือนเป็นกลางคืน (นกกีวีเป็นนกที่หากินกลางคืน) รวมถึงกิ้งก่าตูอาตาราและสัตว์อื่นๆ
  • เคลลี่ ทาร์ลตัน อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ และแอนตาร์กติก เอนเคาน์เตอร์ (Kelly Tarltons Underwaterworld & Antarctic Encounter)  โลกใต้น้ำของเคลลี่ ทาร์ลตัน ภายในมีสัตว์น้ำและปลานานาชนิดแหวกว่ายอยู่ในแทงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีทางเลื่อนในท่อแก้วผ่านเข้าไปให้ผู้ชมได้สัมผัสชีวิตขั้วโลกใต้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของนักสำรวจขั้วโลกใต้ ได้ชมฝูงนกเพนกวินซึ่งอาศัยอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิลบ 7 องศาเซลเซียส
  • เมาท์อีเดน (Mt.Eden) เป็นภูเขาเล็ก ความสูง 196 เมตร เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับชมวิวเมืองโอ๊กแลนด์ ข้างบนสุดมีแผ่นป้ายแผนที่บอกระยะทางระหว่างนิวซีแลนด์กับเมืองต่างๆทั่วโลกโรโตรัว (Rotorua)

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในโรโตรัว

เมืองโรโตรัวคือเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดในเกาะเหนือ ตัวเมืองอยู่ริมทะเลสาบ  โรโตรัว อยู่ห่างจากโอ๊กแลนด์ไปทางใต้โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง  โดยรถยนต์ เป็นเมืองที่มีชาวเมารีอาศัยอยู่มากที่สุด ชื่อเสียงของโรโตรัวมาจากแหล่งท่องเที่ยวจุดใหญ่ๆที่น่าสนใจ คือ

  • โรงอาบน้ำร้อน (Bath House) สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อใช้เป็นศูนย์บ่อน้ำแร่ ลักษณะโรงอาบน้ำร้อนเป็นสวนสไตล์อังกฤษที่สวยงามมาก โดยเฉพาะสวนกล้วยไม้ ทำให้เพลิดเพลินใจที่ได้มาพักผ่อนที่นี่
  • ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเมารี (The New Zealand Maori Art&Crafts Institute/ Te Whakarewarewa)  ศูนย์ฯนี้เรียกย่อๆว่า วากา  “Whaka” เป็นที่ตั้งของศูนย์แสดงงานฝีมือของเมารีในบริเวณที่เป็นบ่อน้ำพุร้อนและมีหมู่บ้านเมารีอยู่ด้านหลัง
  • อะโกรโดม (Agrodome)  อยู่ห่างจากตัวเมืองโรโตรัวราว 10 กิโลเมตร ตัวอาคารที่แสดงโชว์เป็นเหมือนโรงนาใหญ่ๆ มีเวทีสูง ตั้งอัฒจันทร์ ทุกวันจะมีการโชว์ตัดขนแกะ รีดนมวัว การใช้สุนัขต้อนแกะและบรรยายเรื่องแกะให้นักท่องเที่ยวฟัง
  • เรนโบว์ฟาร์มและเทราต์สปริงส์ (Rainbow Farm and Trout Springs) สถานที่แห่งนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนของเทราต์สปริงส์   คือบ่อปลาเทราต์ตามธรรมชาติที่ปลา

เทราต์ว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นมาจากทะเลสาบเพื่อวางไข่และเจริญเติบโต  รอบๆบริเวณบ่อตกปลาเทราต์ เจ้าของกิจการได้ตกแต่งเป็นป่าธรรมชาติมีต้นไม้และสัตว์พื้นเมืองนิวซีแลนด์ให้ชมเตาโป (Taupo)

ตัวเมืองเตาโปตั้งอยู่บนทะเลสาบเตาโปทะเลน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์  อยู่ใกล้กับต้นน้ำไวกาโต ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของนิวซีแลนด์ นับเป็นเมืองตากอากาศที่สำคัญเมืองหนึ่ง และเป็นสวรรค์ของนักชิมเพราะมีภัตตาคารดีอยู่หลายแห่ง

กิจกรรมที่น่าสนใจในเมืองนี้มีหลากหลาย ทั้งการล่องเรือ ตกปลาเทราต์ และการแล่นเรือเร็ว (Jet Boating) สถานที่ที่ขึ้นชื่อสำหรับเรือเร็วก็คือน้ำตกฮูกา (Huga Falls)   ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่มาก มีน้ำตกลงมากว่า 300,000 ลิตรต่อวินาที ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ไปทั่วบริเวณเวลลิงตัน (Wellington)

กรุงเวลลิงตัน ได้ชื่อตามดยุคแห่งเวลลิงตัน (Duke of Wellington)  ผู้พิชิต

นโปเลียนในสงครามวอเตอร์ลู ดินแดนบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเมารี   เวลลิงตัน เป็นเมืองหลวงของนิวซีแลนด์ตั้งอยู่บนอ่าวทางตอนใต้สุดของเกาะเหนือ มีความสำคัญในด้านการปกครองและเป็นจุดเชื่อมระหว่างเกาะเหนือกับเกาะใต้ มีสมญานามว่าเป็น “Windy City” หรือเมืองลมแรง เพราะอยู่ในจุดรับลมที่ผ่านช่องแคบคุกเข้ามา