note

Singapore Information

study-singa
ประเทศสิงคโปร์  มีชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐสิงคโปร์  มีเมืองหลวงชื่อ สิงคโปร์ มีพื้นที่ เป็นเกาะ ใหญ่มีพื้นที่ทั้ง หมดประมาณ 640 ตร.กม. และมีเกาะเล็กอีกประมาณ 60 เกาะ ตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร 136.8 กิโลเมตรระหว่างเส้นรุ้งที่103′ 38′ ตะวันออก และ104′ 06′ ตะวันตก ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ Bukit Timah แม่น้ำสายหลักคือ Singapore และ Rochor สิงคโปร์มีถนนและรถไฟ เชื่อมต่อกับมาเลเซืยยาว 1.1 กม.
ประชากร ภาษาและศาสนา
ประชากรหนาแน่นสุดในภูมิภาค  และเป็นประเทศเล็กที่สุดในภูมิภาค  มีจำนวนประชากรประมาณ 4.24 ล้านคน(2547) ส่วนใหญ่เป็น เชื้อชาติจีน ถึงร้อยละ (76.5 %)  เชื้อชาติมาเลเซีย (13.8 %)   เชื้อชาติอินเดีย (8.1%) และเชื้อชาติอื่น ๆ (1.6%)  ความหนาแน่นของประชากรต่อเนื้อที่ตารางกิโลเมตร ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงมากกว่าประเทศไทยถึง 40 เท่า
ภาษา
สิงคโปร์มีภาษาราชการถึง 4 ภาษา คือ อังกฤษ จีน มาเลย์ และภาษาทมิฬ  ศิลปวัฒนธรรมก็เป็นลักษณะผสมระหว่างจีน มาเลเซีย และอินเดีย

ภาษาประจำชาติ :  คือภาษามาเลย์

ภาษาราชการ :  ที่ใช้กันอยู่คือ ภาษาจีนกลาง, ภาษาทมิฬ และ ภาษาอังกฤษ

ภาษาที่ถูกใช้บ่อยมากที่สุด :  คือ ภาษาอังกฤษ คนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า, ตลาด, โรงแรม, แท็กซี่ และภัตราคาร จะไม่มีปัญหาในเรื่องของภาษาที่ใช้ หากคุณมีความสามารถในด้านภาษาจีนกลาง และ / หรือ ภาษามาเลย์ก็จะมีประโยชน์อยู่มาก

ศาสนา
ศาสนาที่ประชาชนนับถือมีทั้งศาสนาพุทธ, ขงจื้อ, เต๋า, อิสลาม, คริสเตียน และฮินดู  ไม่มีศาสนาประจำชาติของสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม   ผู้คนในสิงคโปร์มีอิสระในการนับถือศาสนาที่กลาวมาแล้ว ก็ยังมีศาสนาอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มเล็กอีกด้วย ได้แก่ ซิกซ์, ยิว ในบรรดาตึกเก่า ๆ ในสิงคโปร์ก็จะรวมไปถึง สุเหล่า, โบสถ์ และวัดต่าง ๆ ด้วย  ในปี 1990 มีการเก็บสถิตปรากฎว่า ประชากรที่อายุ 10 ปีขึ้นไปจะนับถือศาสนาพุทธและเต๋ามาก โดยในจำนวนนี้จะเป็นคนจีนเสียส่วนใหญ่ และอาจมีการผสมผสานในความเชื่อของศาสนา แต่ละแห่งเข้าไปด้วย มีประมาณ 15 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาอิสลาม 13 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาคริสต์เตียน และ 4 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย
การปกครอง
สิงคโปร์ในระบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็น หัวหน้า รัฐบาล รัฐสภามีวาระ คราวละ 5 ปี
เศรษฐกิจ
ดอลลาร์สิงคโปร์ นอกจากดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์สหรัฐและออสเตรเลียแล้ว สกุลเงินเยนและปอนด์อังกฤษก็เป็นที่ยอมรับในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ารายใหญ่เกือบทุกแห่ง มีบริการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนทางอินเตอร์เน็ตที่ asiaone – http://forex.asia1.com/currency.html ตรวจสอบได้จาก อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ – http://www.dbs.com/ratesonline/Pages/fxbra.aspx?hasRedirected=true
ภูมิอากาศ
สภาพอากาศของสิงคโปร์เป็นแบบร้อนชื้นและฝนตกตลอดปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยเท่ากับ 23 – 33 องศาเซลเซียส
วันหยุดราชการ
 Date Day Holiday
January 1 Tuesday New Year’s Day
February 10 Sunday Chinese New Year
February 11 Monday Chinese New Year( 2nd Day)
February 12 Tuesday Chinese New Year(Replacement)
March 29 Friday Good Friday
May 1 Wednesday Labour Day
May 24 Friday Vesak Day
August 8 Thursday Hari Raya Puasa
August 9 Friday National Day
October 15 Tuesday Hari Raya Haji
November 3 Sunday Deepavali
November 4 Monday Deepavali Replacement
December 25 Wednesday Christmas Day
หมายเลขโทรศัพท์ที่จำเป็น
ตำรวจ
999 (ไม่เสียค่าโทร)

เหตุด่วน/รถพยาบาล/ดับเพลิง
995 (ไม่เสียค่าโทร)

สายด่วนนักท่องเที่ยว STB (ระบบข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง)
โทร: 1800 736 2000 (ไม่เสียค่าโทรเมื่อโทรจากสิงคโปร์)

CitySearch (สอบถามเบอร์หน้าเหลือง มีโอเปอเรเตอร์ให้บริการคุณ)
โทร: (65) 1900 777 7777

โทรออกต่างประเทศ
โทร: 104

สอบถามเวลา
โทร: 1711

โทรศัพท์สายหลักไปมาเลเซีย
กด 109 เพื่อติดต่อโอเปอเรเตอร์ หรือกด 02 เพื่อโทรสายตรง

เบอร์โทรฟรี
กด 1800 ตามด้วยหมายเลขโทรฟรี (Toll-free line) (เฉพาะโทรจากสิงคโปร์เท่านั้น)

สอบถามสภาพอากาศ
โทร: (65) 6542 7788

ระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าที่สิงคโปร์จะเป็น 220 วัตต์เหมือนกับบ้านเรา ต่างกันที่ปลั๊กไฟที่นั่นจะเป็นแบบ 3 ขา รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
การธนาคาร
เงินตราท้องถิ่นของสิงคโปร์แบ่งเป็นดอลลาร์และเซนต์ ราคาธนบัตรจะมีตั้งแต่ SGD 2, SGD 5, SGD 10, SGD 20, SGD 50, SGD 100, SGD 500, SGD 1,000, และ SGD 10,000

ส่วนเหรียญมีตั้งแต่ 1, 5, 10, 20 และ 50 เซนต์ และ 1 เหรียญสิงคโปร์

เวลาเปิดทำการ:

  • วันจันทร์-วันศุกร์ 10.00 – 15.00 น.
  • วันเสาร์ 09.30 -13.00 น. (บางธนาคารจะเปิดจนถึงเวลา 15.00 น.)
  • วันอาทิตย์: 09.30 – 15.00 น. (สำหรับบางธนาคารบนถนนออชาร์ด)

ธนาคารส่วนใหญ่จะรับเช็คเดินทาง (Travellers’ cheques) และรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่บางธนาคารอาจไม่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราในวันเสาร์น้องๆต้องใช้หนังสือเดินทางถ้าต้องการแลกเงินสดจากเช็คเดินทาง อาจมีการคิดค่าธรรมเนียมเล็กน้อย

การรักษาพยาบาล
อุปกรณ์การแพทย์ของสิงคโปร์ทันสมัยอันดับต้นๆของโลก มีแพทย์และทันตแพทย์มือหนึ่งรอให้บริการ ร้านขายยาจะตั้งอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และศูนย์การค้า ปกติแล้วร้านขายยาที่จดทะเบียนจะเปิดบริการตั้งแต่ 9.00 – 18.00 น. โรงแรมส่วนใหญ่จะมีแพทย์ประจำที่เรียกมาได้ตลอด 24 ชม. น้องๆสามารถดูรายชื่อแพทย์ได้จากหัวข้อ Medical Practitioners ในหน้าเหลืองของสมุดโทรศัพท์ของสิงคโปร์ หากต้องการรถพยาบาล ให้น้องๆแจ้งที่หมายเลข 995 นอกจากนี้ น้องๆยังสามารถติดต่อกับศูนย์บริการผู้ป่วยนานาชาติของโรงพยาบาลดังต่อไปนี้ได้
บริการโทรศัพท์สาธารณะ
โทรศัพท์สาธารณะของที่นี่ทำงานโดยใช้บัตรเครดิต และ/หรือบัตรโทรศัพท์ ใช้ได้กับทั้งการโทรในประเทศและต่างประเทศ น้องๆสามารถหาโทรศัพท์สาธารณะได้จากห้างสรรพสินค้าและสถานีรถ MRT เกือบทุกแห่ง การโทรในประเทศจะเสียค่าโทร 10 เซนต์ทุก 3 นาที ส่วนบัตรโทรศัพท์มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ SGD 2, SGD 5, SGD 10, SGD 20 และ SGD 50 น้องๆสามารถหาซื้อได้จากสำนักงานไปรษณีย์และตัวแทนขายบัตร หากต้องการโทรออกต่างประเทศ ให้กดรหัส Access code ตามด้วยรหัสประเทศ รหัสพื้นที่และหมายเลขโทรศัพท์ บริษัทโทรศัพท์แต่ละรายจะใช้ Access code ที่แตกต่างกัน ดังนี้ 001 สำหรับ SingTel, 002 สำหรับ M1 และ 008 สำหรับ Starhub บัตรโทรต่างประเทศมีหลายราคาตั้งแต่ SGD 10, SGD 20 และ SGD 50 ซึ่งน้องๆสามรถหาซื้อได้ตามสำนักงานไปรษณีย์ทุกสาขาอย่างเช่น สาขาสนามบินชางฮี ร้านเซเว่นอีเลเว่น และร้าน ขายปลีกอื่นๆ
โทรศัพท์มือถือ
มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสองรายคือ GSM900 และ GSM1800 และมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามรายคือ SingTel, M1 และ StarHub หากต้องการโทรระหว่างประเทศ ให้ใช้ รหัส 001, 013, หรือ 019 สำหรับ SingTel และ 002 หรือ 021 สำหรับ M1 และ 008 หรือ 018 สำหรับ StarHub
บริการไปรษณีย์
Singapore Post เป็นผู้บริหารเครือข่ายของร้านไปรษณีย์กว่า 1,300 แห่งที่ตั้งอยู่ทั่วเกาะ ร้านเหล่านี้ให้บริการหลายอย่างเช่น ไปรษณีย์ โทรคมนาคม และบริการตัวแทน ร้านไปรษณีย์ส่วนใหญ่จะเปิดในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ส่วนในวันเสาร์ปิด 13.00 น.
เว็บไซต์: http://www.singpost.com.sg
เวลาแตกต่างจากไทย
เร็วกว่า 1 ชั่วโมง
การคมนาคม
การเดินทางในสิงคโปร์สะดวกสบายมากเพราะมีเครือข่ายขนส่งมวลชนประสิทธิภาพสูง ทั้งแท็กซี่ รถบัส และรถไฟฟ้า MRT น้องๆจะมั่นใจได้ว่าการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งจะเป็นเรื่องที่สะดวกสบายไร้กังวล
รถบัส
study-singa01

SMRT Bus

study-singa02

SBS Bus

รถเมล์จะมีให้บริการอยู่ 2 บริษัทด้วยกัน คือ SBS Transitและ SMRT Buses ถ้าน้องๆต้องเดินทางบ่อยพี่ขอแนะนำให้ซื้อบัตรอีซี่ลิงค์ (Ez-link card) เพราะจะประหยัดค่ารถไปได้เยอะเลย(ดูตารางเปรียบเทียบค่าโดยสารที่นี่)  อีกทั้งยังสามารถใช้ได้กับรถบัส (รถเมล์) และรถไฟฟ้า MRT ด้วยคะ

*หมายเหตุ
ธรรมเนียมในการขึ้นรถของสิงคโปร์ จะขึ้นประตูหน้า และ ลงประตูหลังนะคะ

อัตราค่าโดยสาร
รถธรรมดา SGD เริ่มต้นที่ 0.80 ถึง SGD 1.50
รถปรับอากาศ SGD เริ่มต้นที่ 0.90 ถึง SGD 1.80
(ข้อควรระวังการจ่ายค่ารถประจำทางจะไม่มีการทอนเงิน ดังนั้นน้องต้องเตรียมให้พอดีกับค่าโดยสารที่ต้องจ่ายคะ)

น้องอาจจะสอบถามราคาค่าตั๋วจากพนักงานขับรถ หรือดูโครงสร้างราคาได้ที่เว็บไซต์ TransitLink  หรือสอบถามจากสายด่วน ได้ที่หมายเลข 1800-767 4333 (ไม่เสียค่าโทรเมื่อโทรจากสิงคโปร์ ให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 8.00 – 18.00 น. และวันเสาร์เวลา 8.00 -13.00 น.)

ตารางเปรียบเทียบอัตราค่าโดยสารรถบัส

  Fare Stages ez-link card Fare   Cash Fare
 Non Air-Con  Air-Con  Non Air-Con  Air-Con
 4 and less  $0.60  $0.65  $0.80  $0.90
 4.5-7  $0.72  $0.87  $0.90  $1.10
 7.5-10  $0.83  $1.08  $1.00  $1.30
 10.5-13  $0.93  $1.18  $1.10  $1.40
 13.5-18  $1.03  $1.28  $1.20  $1.50
 18.5-23  $1.13  $1.38  $1.30  $1.60
 23.5-29  $1.23  $1.48  $1.40  $1.70
 29.5 and more  $1.33  $1.58  $1.50  $1.80

เวลาเดินรถ

ตั้งแต่ 6.00 น.ถึง24.00 น. ตรวจสอบเวลาเดินรถทั้งไปและกลับที่แน่นอนได้จากจุดต่อรถ (Bus interchange) หรือจากป้ายรถเมล์

MRT

study-sing-mrt-map

แผนที่รถไฟ

รถไฟฟ้า (Mass Rapid Transit – MRT) ของสิงคโปร์เป็นบริการรถรางที่ทันสมัยและติดแอร์ มีสถานีรถไฟฟ้า MRT ตั้งอยู่ทั่วเกาะ มีรถไฟฟ้าสายหลักอยู่ 4 สายได้แก่

  1. สายเหนือใต้ (North-South line) ที่วิ่งจาก Marina Bay ไปถึง Jurong East
  2. สายตะวันออกตะวันตก (East-West line) ที่วิ่งจาก Changi Airport/Pasir Ris ไปถึง Boon Lay
  3. สายเหนือ – ตะวันออก (North-East line) ที่วิ่งจาก Harbour Front ไปถึง Punggol
  4. สายสีส้ม (Circle Line) ที่วิ่งจาก Bras Basah ไปถึง Harbour Front เป็นรถไฟฟ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จล่าสุดเมื่อปี 2010 นี้ รถไฟฟ้าสายนี้จะวิ่งเชื่อมรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ใกล้และสะดวกยิ่งขึ้น

น้องๆสามารถขอรับ “คู่มือฉบับย่อเกี่ยวกับการเดินทางโดยรถ MRT” (Quick Guide to MRT Travel) ได้จากห้องควบคุม (Station Control Room) ของสถานีรถ MRT ทุกแห่ง หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับบริการของรถ MRT และรถบัส (รถเมล์) สามารถดูได้จากคู่มือ TransitLink Guide ที่วางขายในราคา SGD 1.50 ได้ที่สถานี MRT และจุดต่อรถบัสเกือบทุกแห่ง หรือร้านขายหนังสือชั้นนำทั่วไป

รถ MRT จะวิ่งจากใจกลางเมืองถึงสนามบินชางฮีได้ในเวลาเพียง 27 นาที บริการรถ MRT จากสนามบินชางฮีจะให้บริการทุกๆ 12 นาทีโดยประมาณ โดยมีเวลาเปิดให้บริการดังต่อไปนี้

จากสถานี Changi Airport ไปสถานี City Hall

รถไฟฟ้าเที่ยวแรก: 5.31 น. (จันทร์ถึงเสาร์) และ 5.59 น. (สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ)
รถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้าย: 23.18 น. (ทุกวัน)

จากสถานี City Hall ไปสถานี Changi Airport

รถไฟฟ้าเที่ยวแรก: 6.09 น. (จันทร์ถึงเสาร์) และ 6.45 น. (สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ)
รถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้าย: 24.00 น. (ทุกวัน)

อัตราค่าโดยสารสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียวจากสถานี Changi Airport ไปยังสถานี City Hall เท่ากับ SGD 1.40 ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกของนักเดินทาง บนรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสถานีชางฮีจะมีชั้นวางกระเป๋าและที่ว่างอยู่ในทุกตู้รถไฟ

ระบบข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟฟ้า (The Rail Travel Information System – RATIS) จะส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ของ “เวลามาถึง” และ “สถานีปลายทางของรถ” ข้อมูลดังกล่าวจัดแสดงอยู่บนจอพลาสมาที่ตั้งอยู่ในบริเวณชานชาลา และจะมีจอ LED อยู่ตามที่ต่างๆในสถานี น้องๆควรดูสถานีปลายทางจาก RATIS หรือฟังจากประกาศขณะอยู่บนรถ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าน้องๆจะเดินทางอย่างถูกต้องไปสู่จุดหมายปลายทาง

ในกรณีที่น้องขึ้นรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังสถานี Pasir Ris จะต้องลงที่ชุมทาง Tanah Merah interchange แล้วต่อรถไฟฟ้าเพื่อไปยังสถานี Changi Airport

ความถี่การบริการ

ตามปกติรถไฟจะออกทุกๆสองนาทีครึ่งและแปดนาที ตั้งแต่ 5.30 จนถึง 24.00 น. ทุกวัน น้องๆสามารถดูเวลาเข้าและออกของรถที่แน่นอนได้จากสถานี MRT ที่เกี่ยวข้อง

อัตราค่าโดยสาร

การเดินทางโดยรถ MRT เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก อัตราค่าโดยสารจะอยู่ระหว่าง SGD 0.90 ถึง SGD 1.90

แทนที่จะใช้เงินสด น้องๆสามารถเลือกที่จะจ่ายค่ารถ MRT หรือรถบัสได้โดยใช้บัตรอีซี่ลิงค์ (Ez-link) แทนเงินสด น้องๆสามารถหาซื้อหรือเติมเงินบัตรนี้ได้ที่จุดขายตั๋วของ TransitLink ที่ตั้งอยู่ในสถานี MRT และจุดต่อรถบัสเกือบทุกแห่ง

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทรไปได้ที่สายด่วน TransitLink Hotline: 1800-767 4333 (โทรฟรีเมื่อโทรจากในประเทศสิงคโปร์) หรือดูที่เว็บไซต์ของ SMRT ก็ได้

ตารางเปรียบเทียบราคาค่าโดยสาร MRT

  Distance (km) Adult Fares
 ez-link card  Standard Ticket
 Up to 3.2  $0.66  $0.90
 3.21 to 4.4  $0.78  $1.10
 4.41 to 5.6  $0.88  $1.10
 5.61 to 7.2  $0.98  $1.30
 7.21 to 8.0  $1.08  $1.30
 8.01 to 10.4  $1.18  $1.30
 10.41 to 12.4  $1.28  $1.50
 12.41 to 14.4  $1.33  $1.50
 14.41 to 16.5  $1.39  $1.50
 16.51 to 18.6  $1.44  $1.50
 18.61 to 21.1  $1.50  $1.70
 21.11 to 23.6  $1.55  $1.70
 23.61 to 26.0  $1.60  $1.70
 26.01 to 28.0  $1.65  $1.90
 28.01 to 30.0  $1.70  $1.90
 >30.0  $1.75  $1.90

TAXI

น้องๆจะพบแท็กซี่กว่า 15,000 คันบนถนนสายต่างๆ แท็กซี่เหล่านี้สามารถรับผู้โดยสารได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกเส้นทาง พร้อมด้วยจุดจอดรถแท็กซี่ซึ่งจะพบได้นอกศูนย์การค้าและโรงแรมใหญ่ๆ ที่ท่าอากาศยานชางยีของสิงคโปร์ จุดจอดรถแท็กซี่จะอยู่ที่นอกอาคารขาเข้าที่ชั้น 1 ของเทอร์มินัล 1 และที่สุดทางของอาคารขาเข้าที่ชั้น 1 ในเทอร์มินัล 2 (ปีกด้านใต้)

อัตราค่าแท็กซี่มาตรฐาน(แท็กซี่ทุกคันเป็นแท็กซี่มิเตอร์)

การจองรถล่วงหน้า หมายเลขโทรศัพท์
CityCab จองด้วยเงินสด (65) 6552 2222
CityCab จองด้วยบัตรเครดิต / Premier Cabs (65) 6553 8888
Comfort CabLink (65) 6552 1111
Comfort Premier Cabs (65) 6552 2828
SMRT Taxis Skytrek Bookings / Premier Cabs (65) 6555 8888

 

ค่าโดยสารเริ่มต้น ปกติ ลิมูซีน
ตั้งแต่กดมิเตอร์ (รวม 1 ก.ม. แรกหรือน้อยกว่า) $2.40 $2.80
ทุก 210 เมตรหรือน้อยกว่าหลังจาก ก.ม. แรก แต่ไม่เกิน 10 ก.ม. $0.10 $0.10
ทุก 175 เมตรหรือน้อยกว่าหลังจาก 10 ก.ม. แรก $0.10 $0.10
ทุก 25 วินาทีของการรอหรือน้อยกว่า $0.10 $0.10

 

เงินเพิ่มเรียกเก็บในชั่วโมงเร่งด่วน ปกติ ลิมูซีน
วันจันทร์ – ศุกร์ : 7.00น. ถึง 9.30น. $2.00 $2.00
วันจันทร์ – เสาร์ : 17.00น. ถึง 20.00น. $2.00 $2.00

**อัตรานี้ใช้กับเวลาที่ขึ้นรถ ไม่ใช้อัตรานี้สำหรับวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ**

 

เงินเพิ่มเรียกเก็บช่วงเที่ยงคืน
23.30 น. ถึง 23.44 น. ทุกวัน เพิ่มอีก 10% จากค่าโดยสารมาตรฐาน
23.45น. ถึง 23.59น. ทุกวัน เพิ่มอีก 20% จากค่าโดยสารมาตรฐาน
12..00น. ถึง 6.00น. เพิ่มอีก 50% จากค่าโดยสารมาตรฐาน

 

เงินเพิ่มเรียกเก็บในใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) ปกติ ลิมูซีน
วันจันทร์ – พฤหัสบดี : 17.00น.ถึง 20.00น. $1.00 $1.00
วันศุกร์ – เสาร์ : 17.00น. ถึง 23.30น. $1.00 $1.00

**อัตรานี้ใช้สำหรับการเดินทางที่เริ่มจากเขต CBD ไม่ใช้อัตรานี้ในวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ
เงินเพิ่มสำหรับเขต CBD จะเรียกเก็บเพิ่มหลังจากคิดค่าเงินเพิ่มสำหรับชั่วโมงเร่งด่วน**

 

เงินเพิ่มเรียกเก็บช่วงวันหยุดราชการ ปกติ ลิมูซีน
ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไปถึงเที่ยงคืนของวันหยุดราชการต่อไปนี้: วันปีใหม่ วันที่ 1 และ 2 ของวันตรุษจีน วัน Hari Raya Puasa, Deepavali, และวันคริสต์มาสต์ $1.00 $1.00

**หากวันหยุดดังกล่าวตรงกับวันอาทิตย์และวันจันทร์ถัดไปเป็นวันหยุดราชการ เงินเพิ่มสำหรับวันหยุดราชการจะคิดถึงเวลาเที่ยงคืนของวันจันทร์**

 

เงินเพิ่มเรียกเก็บตามสถานที่ ปกติ ลิมูซีน
ท่าอากาศยานชางยี และศูนย์ขนส่งทางอากาศชางยี
วันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 น. ถึง เที่ยงคืน $5.00 $5.00
ในเวลาอื่นๆ $3.00 $3.00
สนามบิน Seletar $3.00 $3.00
สิงคโปร์ เอ็กซ์โป เซ็นเตอร์ $2.00 $2.00
 ค่าธรรมเนียมการจอง โทร 6555 8888 เพื่อจองรถ SMRT
 วันจันทร์ – ศุกร์: 7.00น. ถึง 9.30น., 17.00น. ถึง 23.00น. $4.00 $8.00
 เวลาอื่นๆ รวมถึงทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ $2.50 $8.00
 จองล่วงหน้า (จองล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง) $5.20 $16.00

SMRT LINK

ขึ้นรถบัส SMRT LINK โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปยังไชน่าทาวน์และลิตเติ้ลอินเดีย

รถบัส SMRT Link ให้บริการสามเส้นทาง ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้า MRT Outram Park ถึงไชน่าทาวน์ (SMRT Link เส้นทาง 1) สถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut ถึงไชน่าทาวน์ (SMRT Link เส้นทาง 2) และสถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut ถึงลิตเติ้ลอินเดีย (SMRT Link เส้นทาง 3) โดยสามารถขึ้นรถบัสได้ที่จุดรับส่งตามสถานที่ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ อาทิ People’s Park Complex, Chinatown Point, Selegie Centre และ Tekka Mall

SMRT Link ให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 11.00-22.00น. ทุก 8 ถึง 15 นาที โดยจะอำนวยความเชื่อมโยงและความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการเดินทางไปไชน่าทาวน์ Dhoby Ghaut และลิตเติ้ลอินเดีย

ตารางข้อมูล

รายละเอียดบริการรถบัส SMRT Link

เส้นทาง 1 – จากสถานีรถไฟฟ้า MRT Outram Park ถึง ไชน่าทาวน์

ป้ายรถบัส สถานที่
1 สถานีรถไฟฟ้า MRT Outram Park MRT station
2 แหล่งช้อปปิ้ง People’s Park Complex
3 แหล่งช้อปปิ้ง Chinatown Point

ความถี่ของการบริการ: ทุก 12 นาที

เส้นทาง 2 – จากสถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut MRT ถึงไชน่าทาวน์

ป้ายรถบัส สถานที่
1 ถนน/วงเวียนตรงสถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut
2 ป้ายรถเมล์ตรงข้ามกับอาคาร Shell House
3 แหล่งช้อปปิ้ง People’s Park Complex
4 ป้ายรถเมล์ข้างนอกอาคาร Shell House

ความถี่ของการบริการ: ทุก  8 นาที

เส้นทาง 3 – จากสถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut ถึงลิตเติ้ลอินเดีย

ป้ายรถบัส สถานที่
1 สถานีรถไฟฟ้า MRT Dhoby Ghaut (McDonald House)
2 Selegie Centre
3 แหล่งช้อปปิ้งTekka Mall
4 ป้ายรถเมล์ตรงข้ามจัตุรัส Burlington

ความถี่ของการบริการ: ทุก 15 นาที

รถส่วนตัว
ใบขับขี่

การขับรถในสิงคโปร์นั้น น้องๆต้องมีใบขับขี่ที่ถูกต้องจากประเทศไทยหรือใบขับขี่สากล ซึ่งสามารถขอแปลงใบขับขี่ให้เป็นใบขับขี่ของสิงคโปร์ได้ที่สำนักงานตำรวจจราจร (Traffic Police Department) ซึ่งตั้งอยู่ที่ 10 Ubi Avenue 3, Singapore 408865. โทร: (65) 6547 0000

การจอดรถ

การจอดรถในสิงคโปร์มีสามแบบ ได้แก่ การจอดรถแบบคูปอง แบบเสียเงิน และลานจอดรถแบบพิเศษ

การจอดรถแบบคูปอง (Coupon Parking)
ในกรณีที่จำเป็น น้องจะต้องติดแสดงคูปองจอดรถไว้ที่หน้ากระจกรถ คูปองมีหลายแบบดังต่อไปนี้คือ SGD 0.50, 1, 2 และ 2 (สำหรับการจอดรถในตอนกลางคืน) โดยปกติแล้วอัตราค่าคูปองมีดังต่อไปนี้

  • SGD 0.50 ต่อ ½ ชั่วโมง สำหรับนอกเขตธุรกิจใจกลางเมือง (Central Business District)
  • SGD 1 ต่อ ½ ชั่วโมง สำหรับในเขตธุรกิจใจกลางเมือง

มองดูตามป้ายแล้วน้องๆจะเห็นอัตราค่าจอดรถและช่วงเวลาที่จอดได้ฟรี ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ ซึ่งสามารถซื้อคูปองจอดรถได้จากจุดขายได้รับอนุญาตแห่งใดแห่งหนึ่งดังต่อไปนี้

  • เคาน์เตอร์บริการของ The URA Centre
  • ร้าน NTUC Fair Price
  • ร้าน Singapore Post
  • ปั้มน้ำมันบางแห่ง
  • 7-Eleven
  • ลานจอดรถของ HDB
  • สำนักงานสาขาของ HDB
  • จุดขายที่ได้รับอนุญาตแล้ว (ตัวแทนขายคูปองที่ได้รับอนุญาตทุกรายจะติดป้ายบอกไว้ที่ร้านของตน)

การจอดรถแบบเสียเงิน (Paid parking)
การจอดรถแบบนี้ใช้กันตามศูนย์การค้า อาคาร และลานจอดรถสาธารณะเกือบทุกแห่ง โดยจะต้องจ่ายเงินตามเวลาที่น้องๆจอด

มีระบบจ่ายเงินค่าจอดรถแบบต่างๆกันตั้งอยู่ทั่วเกาะ บางระบบคุณก็ต้องใช้บัตร CashCard/Autopass หรืออาจจะต้องสอดบัตร CashCard/Autopass เข้าไปในเครื่อง In-Vehicle Unit เพื่อจ่ายเงินค่าจอดรถ ในกรณีที่น้องๆยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องนี้ น้องๆก็ยังสามารถใช้ระบบสำรองได้อย่างเช่น “ระบบเก็บเงินสด” นอกจากนี้ยังมีปุ่ม “ขอความช่วยเหลือ” (Help button) ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางเข้าของลานจอดรถ น้องๆสามารถกดปุ่มนี้เพื่อใช้ขอความช่วยเหลือได้ ศูนย์การค้าบางแห่งจะมีคูปองคืนเงินค่าจอดรถให้น้องๆอีกด้วย

ลานจอดรถแบบพิเศษ (Season parking)
ปกติแล้วลานจอดแบบนี้มีไว้สำหรับผู้เช่าและผู้พักอาศัย โดยจะตั้งอยู่ตามลานจอดรถของสำนักงานหรือที่พักอาศัย น้องๆไม่ควรจอดรถที่ลานจอดรถแบบพิเศษนี้ (ปกติแล้วจะมีเครื่องหมายสีแดง) หรือตามถนนที่มีเส้นคู่สีเหลือง

ขีดจำกัดความเร็ว

บริเวณที่พักอาศัย: 50 กม./ชั่วโมง
ทางด่วน: 70 ถึง 90 กม./ชั่วโมง

กล้องตรวจจับความเร็ว

จะมีกล้องตรวจจับความเร็วติดตั้งอยู่ตามทางด่วนและถนนสายสำคัญ เลนสำหรับรถเมล์บัสเลนหรือเลนซ้ายสุดจะมีเส้นยาวสีเหลือง เลนนี้มีไว้สำหรับรถบัส (รถเมล์) เท่านั้น

ในช่วงเวลาต่อไปนี้ : จันทร์-ศุกร์ (7.30 – 9.30 น., 16.30 – 19.00 น.), วันเสาร์ (7.30 – 9.30 น., 11.30 – 14.00 น.)

การคิดค่าใช้ถนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ERP)

เพื่อเป็นการลดการติดขัดในย่านธุรกิจกลางเมือง (CBD) รถทุกคันที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 7.30 – 19.00 น. จะต้องเสียค่าผ่านทาง นอกจากนี้ การเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถที่ผ่านด่าน ERP ระหว่างเวลา 7.30 – 9.30 น.อีกด้วย โดยด่านนี้จะตั้งอยู่บนทางด่วนและถนนที่การจราจรติดขัด

การคิดค่าใช้ถนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ERP)

ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนที่ขับรถเข้ามาในเมืองหรือเดินทางผ่านทางถนนและทางด่วนสายหลักจะต้องจ่ายค่าใช้ถนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Road Pricing – ERP) หากอยู่ระหว่างชั่วโมงทำการของ ERP ทั้งนี้ ประโยชน์ของระบบ ERP ก็คือการลดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนของประเทศสิงคโปร์

สำหรับผู้ขับขี่ต่างชาติที่ต้องขับรถผ่านทางถนนที่เก็บค่า ERP ในระหว่างชั่วโมงทำการนั้น จะสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งหรือเช่าเครื่อง In-Vehicle Unit (IU) หรือจะจ่าย “ค่าใช้ถนน ERP” สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะเช่าหรือติดตั้งเครื่อง IU นั้น ก็จะมีทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือต้องจ่ายเงินค่า ERP เป็นจำนวนคงที่ นั่นก็คือ ไม่ว่าจะผ่านเข้าออกเครื่องตรวจ ERP (ERP gantry) กี่ครั้งก็ตาม ก็จะเสียเงินเพียง SGD 5 ต่อวันเท่านั้น เงินนี้จะถูกหักพร้อมกับค่า VEP และค่าผ่านทางออกจากบัตรออโต้พาสเมื่อคุณเดินทางออกจากประเทศสิงคโปร์ วิธีการจ่ายเงินแบบคงที่นี่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2003 เป็นต้นไป จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่อง IU บนรถทะเบียนต่างชาติของตนเท่านั้น

ความปลอดภัย
ความปลอดภัยและความมั่นคงส่วนบุคคลกำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สถานการณ์ในสิงคโปร์ยังคงเงียบสงบและมีเสถียรภาพ อัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำ และเกาะแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยที่สุดในโลก คุณภาพชีวิตที่ดีของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันดี นักเรียนนักศึกษาจึงได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนอกเวลาเรียนมากมายไม่ว่าจะเป็นกีฬา กิจกรรมบันเทิง และสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกผ่อนคลายและเติมพลัง และด้วยกิจกรรมอันหลากหลายมากมายที่รอให้สัมผัสทั่วทั้งเกาะ

การให้ทิป
การให้ทิปไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10% ในบิลของลูกค้า การให้ทิปไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวสิงคโปร์และมีข้อห้ามการให้ทิปที่สนามบินอีกด้วย
หน่วยราชการไทยในสิงคโปร์
Royal Thai Embassy
370 Orchard Road, Singapore 238870
Tel : (65) 6737 2644, 6737 2158
Fax : (65) 6732 0778
Email : thaisgp@singnety.com.sg
Office Hours : 09.00-12.30 hrs., and 14.00-17.00 hrs., Monday-Friday

Office of Commercial Affairs, Royal Thai Embassy
Address : 370 Orchard Road, Royal Thai Embassy, Singapore 238870
Tel : (65) 6737 3060, 6732 7769
Fax : (65) 6732 2458
Email : thcommsg@singnet.com.sg

Office of Labour Affairs
Address : 180 Cecil Street, Bangkok Bank Building, #04-01A, Singapore 069546
Tel : (65) 6224 9940, 6224 1797
Fax : (65) 6225 9995
Email : thaiolba@singnet.com.sg

Office of Defence Attache
Address : 53 Branksome Road, Singapore 439586
Tel : (65) 6346 6372
Fax : (65) 6346 6385
Email : thnasing@singnet.com.sg

Tourism Authority of Thailand
Address : 370 Orchard, C/O Royal Thai Embassy, Singapore 238870
Tel : (65) 6235 7901, 6235 7694
Fax : (65) 6733 5653
Email : tatsin@singnet.com

หากน้องๆมีข้อสงสัยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

การข้ามถนน
สิงคโปร์นับเป็นประเทศหนึ่งที่มีระเบียบวินัยในการข้ามถนนมาก เพราะถนนแทบทุกเส้นจะมีทางข้าม ทางลอดถนนหรือสะพานที่เป็นทางเชื่อมให้ข้ามอยู่เต็มไปหมด ดังนั้นเวลาน้องๆข้ามถนนอย่าลืมกดสัญญาณไฟนะครับ
การยื่นขอวีซ่านักเรียน "Student Pass" ของประเทศสิงคโปร์ (วีซ่านักเรียนของประเทศสิงคโปร์เรียกว่า “Student Pass”)
การเรียนหลักสูตรระยะสั้น (ไม่เกิน 1 เดือน) 

น้องๆ ไม่ต้องขอวีซ่านักเรียน เพราะสำหรับคนไทยที่เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ กองตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์ จะอนุญาตให้คนไทยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ได้ไม่เกิน 30 วันโดยไม่ต้องยื่นเรื่องขอทำวีซ่า  เพียงแต่ขอให้มีหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนและตั๋วเครื่องบินไปกลับเท่านั้น

การเรียนระยะยาว (มากกว่า 1 เดือน)

น้องๆ จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่านักเรียน และต้องเลือกเรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลาเท่านั้น (เรียนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวันหรือ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน
  • ใบสมัครขอวีซ่านักเรียน ซึ่งมี 2 ชุดคือ Form 16 และ Form V36 ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมเซ็นชื่อผู้สมัคร
  • สำเนาใบสูติบัตร และสูติบัตรฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ
  • สำเนาวุฒิบัตรการศึกษาสูงสุดและใบแสดงผลการศึกษา(transcript) ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยสถาบันการศึกษา
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (เฉพาะหน้าที่มีรูปถ่ายและข้อมูลของผู้ถือหนังสือเดินทาง)
  • รูปถ่ายขนาดเท่ากับรูปถ่ายในหนังสือเดินทางจำนวน 2 ใบ
นักเรียนไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงิน หรือ statement ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน
  • นักเรียนไทยที่ยื่นขอวีซ่านักเรียน แม้ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงิน  แต่กองตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์จะให้วางเงินมัดจำค่าประกันหรือ Security Deposit จำนวน 1,000 เหรียญสิงคโปร์หรือประมาณ 24,000 บาทเป็นการทดแทน เมื่อเรียนจบหลักสูตรและเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว  เงินมัดจำส่วนนี้จะได้รับคืนภายใน 6 – 8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามหากนักเรียนเลือกสมัครเรียนกับสถาบันสอนภาษาที่ได้รับสัญลักษณ์ Singapore Quality Class ไม่ต้องวางมัดจำเงินส่วนนี้
  • ผู้ที่ต้องการขอวีซ่านักเรียนต้องมีผู้สนับสนุนหรือ sponsor  โดยคุณสมบัติของผู้สนับสนุนตามกฎหมายนั้นต้องเป็นชาวสิงคโปร์ที่มีอายุอย่างน้อย 21 ปี  หรือ สถาบันสอนภาษาที่ตนเองสมัครเรียน (โดยทั่วไปนักเรียนไทยมักจะเลือกอย่างหลังซึ่งสถาบันสอนภาษาจะคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้กับนักเรียนด้วย )
  • การยื่นขอวีซ่านักเรียน และส่งเอกสารต่างๆ จะดำเนินการที่กองตรวจคนเข้าเมือง ประเทศสิงคโปร์   (นักเรียนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อดำเนินการด้วยตนเอง  เพียงแต่ส่งเอกสารให้กับสถาบันสอนภาษาที่นักเรียนสมัครไว้  ทางสถาบันฯจะดำเนินการขอวีซ่านักเรียน ให้โดยจะคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้)
  • ควรเตรียมตัวยื่นและส่งเอกสารเพื่อขอวีซ่านักเรียน อย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันเปิดเรียนเพื่อเผื่อเวลาไว้เพราะว่าการพิจารณาและอนุมัติออกบัตรวีซ่านักเรียน ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
  • นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ฉบับจริงติดตัวไปสิงคโปร์ด้วย  เพราะเมื่อวีซ่านักเรียนผ่านแล้ว  นักเรียนต้องไปรับบัตรวีซ่านักเรียน ที่กองตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์ด้วยตนเอง  เจ้าหน้าที่อาจเรียกขอดูเอกสารตัวจริงเพื่อตรวจสอบ
  • นักเรียนที่ได้วีซ่านักเรียน  จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในระหว่างศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์

 *สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สถานทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย: Singapore Embassy in Thailand

129 ถ.สาทรใต้ กทม. 10120

129 South Sathorn RD Bangkok 10120

โทร/Tel: 02 – 286 2111, 02 – 286 1434

แฟกซ์/Fax: 02 – 286 6966, 02 – 287 2578

อีเมล์: E-Mail : singemb_bkk@sgmfa.gov.sg

www.mfa.gov.sg/bangkok/

Operational Hours :

Monday to Friday: 9.00 am – 12 noon and 1.00 pm – 5.00 pm

Saturday, Sunday and Public Holiday: Closed

การทำงานในสิงคโปร์
การยื่นขอทำงาน
ประเภทของใบอนุญาตทำงานแบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ ใบอนุญาตการจ้างงาน , ใบอนุญาตประเภท S , ใบอนุญาตทำงานแบบ Work permit (สำหรับลูกจ้างชาวต่างชาติ)   สามารถติดต่อกองงานต่างด้าว ในกระทรวงทรัพยากรมนุษย์  ซึ่งตั้งอยู่ที่ Work Permit Department  Ministry of Manpower  18 Havelock Road  Singapore 059764 OneCall Centre: (65) 6438 5122  Fax: (65) 6539 5344  Email: mom_wpd@mom.gov.sg   เวลาทำการ:  8.00 – 17.30 น. (จันทร์ ถึง ศุกร์) และ 8.00 – 13.00 น. (เสาร์) หรือดูจากเวปไซต์ www.mom.gov.sg

การหางานทำและรายได้
โดยทั่วไปแล้วนักเรียนต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานทุกรูปแบบ ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะได้รับค่าจ้างหรือไม่ก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่านักเรียน เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง (Controller of Immigration) ผู้ที่ละเมิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ผู้ที่ละเมิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี มีการยกเว้นในกรณีของนักศึกษาเต็มเวลาในระดับปริญญาตรีที่ศึกษาในโพลีเทคนิคและมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ ซึ่งสามารถทำงานได้ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในช่วงเปิดภาคเรียน โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลนักศึกษา หรือ Student’s Liaison/Affairs Office ของสถาบันก่อน และในช่วงปิดภาคเรียนก็สามารถทำงานได้เต็มเวลา เพราะกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ยกเว้นให้ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงานต่างด้าว
นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาเต็มเวลาในสถาบันการศึกษาที่รับรองโดยกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ก็ได้รับยกเว้นใบอนุญาตทำงานต่างด้าวด้วย โดยมีระยะเวลาทำงานได้เท่าๆกัน
ก่อนที่จะหางานพาร์ทไทม์หรืองานช่วงปิดภาค ควรรวบรวมข้อมูล และให้แน่ใจว่าได้ขออนุญาตจากสถาบันแล้วบางครั้งบริษัทผู้จ้างอาจขอดหมายจากสถาบันเพื่อยืนยันว่านักศึกษาสามารถทำงานได้

เหตุผลที่ควรศึกษาในประเทศสิงคโปร์
แหล่งรวมสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก จุดเด่นของระบบการศึกษาที่สิงคโปร์คือการสอนสองภาษาในโรงเรียน (ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลาง) สำหรับการศึกษาในระดับสูงหรือขั้นอุดมศึกษานั้น นอกจากมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์เอง 3 แห่งแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยระดับ 1 ใน 10 ของโลกเข้ามาเปิดหลักสูตรการสอนและเปิดสถาบันวิจัย ดังเช่น INSEAD มหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศส Massachusetts Institute of Technology และมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านธุรกิจ University of Chicago Graduate School of Business
ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีขนาดเล็กและมีจำนวนประชากรเพียง 4 ล้านคน แต่รายได้ประชาชาติมีถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นท่าเรือที่สำคัญของโลก
การติดต่อกับสิงคโปร์นั้นสามารถทำได้ทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ รวมทั้งการโทรคมนาคมจากทุกแห่งในโลก ท่าอากาศยานแห่งชาติชางงีของสิงคโปร์สามารถรองรับสายการบินมากกว่า 60 สายการบินที่บินไป 145 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นท่าอากาศยานที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปี นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีการติดตั้งสายโทรศัพท์มากที่สุดในเอเชีย โดยเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต 42% ด้วยเหตุที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศมีอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ 85% ของชาวสิงคโปร์อาศัยอยู่ในที่พักที่รัฐบาลเป็นผู้สร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่มากมายในเกาะได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับสาธารณูปโภคว่ามีคุณภาพและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคมขนส่งภายในเกาะ ที่ขณะนี้ได้มีการแนะนำให้ประชาชนใช้ EZ-link card การ์ดรุ่นใหม่ที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องสอดเข้าเครื่องอีกต่อไป เพียงวางการ์ดให้เครื่องอัตโนมัติอ่าน เครื่องจะทำหน้าที่ตัดเงินให้ และสามารถใช้ไดกับทั้งรถประจำทางและรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างสำคัญว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้รับบริการจากการขนส่งที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น จีน มาเลย์ อินเดีย และลูกครึ่งระหว่างชาวเอเชียและชาวยุโรปมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบและไม่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องชนชาติระหว่างกัน โดยที่ทุกเชื้อชาติยังดำรงไว้ซึ่งวิถีการดำเนินชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของตนไว้อย่างเคร่งครัด
สิงคโปร์อาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนแผ่นที่โลก แต่จุดเล็กๆนี้ก็เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมและสถานที่มากมายที่น่าสนใจ การได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยๆและการช้อปปิ้งเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในหมู่ชาวสิงคโปร์ จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า กิจกรรมเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าสิงคโปร์มีอาหารที่หลากหลายและแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยมากเพียงใดสำหรับสนองความต้องการของคนในประเทศและนักท่องเที่ยว
ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่านักเรียนแต่ละคนนั้นมีความถนัดและความสนใจแตกต่างกันไปในแบบฉบับของตนเอง ดังนั้นเราจึงจัดระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นเพื่อให้นักเรียนแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
การศึกษาก่อนวัยเรียน
การศึกษาก่อนวัยเรียน ได้แก่ การศึกษาในชั้นอนุบาลและการดูแลเด็กโดยศูนย์ดูแลเด็กเล็ก โดยจะรับนักเรียนอายุ 3-6 ปี โรงเรียนอนุบาลในสิงคโปร์จะมีกระทรวงศึกษาธิการควบคุม และมีมูลนิธิของชุมชน หน่วยงานทางศาสนา และองค์กรทางธุรกิจและสังคมทำหน้าที่บริหาร

โรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่จะทำการเรียนการสอน 5 วันต่อสัปดาห์ และแบ่งการเรียนเป็นสองช่วงในแต่ละวัน ช่วงหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง โดยทั่วไปจะสอนโดยใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาที่สอง ยกเว้นในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนของชาวต่างชาติที่เข้ามาเปิดสอนในสิงคโปร์
การรับสมัครเรียนโรงเรียนอนุบาลและศูนย์ดูแลเด็กเล็กในสิงคโปร์แต่ละแห่งจะมีระยะเวลาต่างกันไปไม่แน่นอน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเปิดรับสมัครนักเรียนตลอดทั้งปี ผู้ปกครองจึงควรติดต่อทางโรงเรียนโดยตรงเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับ การรับสมัคร หลักสูตรการเรียนการสอน และเรื่องอื่นๆ

ประถมศึกษา
เด็กทุกคนในสิงคโปร์จะต้องใช้เวลาเรียน 6 ปีในระดับประถมศึกษา ประกอบด้วยการเรียนชั้นประถมต้น (foundation stage) 4 ปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 และชั้นประถมปลาย (orientation stage) อีก 2 ปี ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6

ในหลักสูตรขั้นพื้นฐาน วิชาหลักที่ได้เรียนคือ วิชาภาษาอังกฤษ ภาษาท้องถิ่น (Mother Tongue อันได้แก่ ภาษาจีน มาเลย์ หรือทามิล ตามเชื้อชาติของตนเอง) คณิตศาสตร์ และวิชาเสริม อันได้แก่ ดนตรี ศิลปะหัตถกรรม สุขศึกษา และสังคมศึกษา ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์จะเริ่มเรียนกันตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นไป และเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในตัวนักเรียนและทดสอบความถนัดของนักเรียนให้ตรงกับแผนการเรียนในระดับมัธยม ทุกคนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องทำข้อสอบ Primary School Leaving Examination (PSLE) ให้ผ่านเพื่อจบการศึกษาระดับประถม
หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์ได้รับการยอมรับและนำไปเป็นตัวอย่างการเรียนการสอนจากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาคณิตศาสตร์ การรับนักเรียนต่างชาตินั้นขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละโรงเรียน

มัธยมศึกษา
โรงเรียนมัธยมศึกษาในสิงคโปร์มีหลายรูปแบบ ทั้งที่ให้ทุนทั้งหมดโดยรัฐบาล หรือเพียงส่วนเดียว หรือนักเรียนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นักเรียนในแผนการเรียนพิเศษ (Special และ Express) จะใช้เวลาเรียนเพียง 4 ปี ขณะที่นักเรียนในแผนการเรียนปกติ (Normal) จะใช้เวลาเรียน 5 ปี โดยนักเรียนในแผนการเรียนพิเศษจะสอบ Singapore-Cambridge General Certificate of Education ‘Ordinary’ (GCE ‘O’ Level) เมื่อเรียนครบ 4 ปี ส่วนนักเรียนหลักสูตรปกติที่ใช้เวลาเรียน 5 ปีนั้น จะสอบ Singapore-Cambridge General Certificate of Education ‘Normal’ (GCE ‘N’ Level) เมื่อถึงปีที่ 4 ก่อน แล้วจึงจะสามารถสอบ GCE ‘O’ Level เมื่อเรียนจบปีที่ 5

หลักสูตรวิชาในระดับชั้นมัธยมศึกษาจะประกอบด้วย วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาแม่ (จีน มาเลย์ หรือทามิล) วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนทางสายศิลป์ วิทยาศาสตร์ ธุรกิจการค้าหรือสายวิชาชีพ
หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาในสิงคโปร์ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่า ทำให้นักเรียนมีความสามารถในการวิเคราะห์และมีความคิดสร้างสรรค์ การรับนักเรียนต่างชาตินั้นขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละโรงเรียน

จูเนียร์ คอลเลจ/ เตรียมอุดมศึกษา
เมื่อนักเรียนสอบ GCE ‘O’ Level ได้สำเร็จแล้ว นักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับจูเนียร์ คอลเลจเป็นเวลา 2 ปี หรือศึกษาที่สถาบันกลางการศึกษา (centralised institute) เป็นเวลา 3 ปี เพื่อเตรียมศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย จูเนียร์ คอลเลจ และ สถาบันกลางการศึกษาจะสอนทุกอย่างเพื่อเตรียมตัวให้นักเรียนเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้ หลักสูตรหลักแบ่งเป็น 2 หลักสูตร คือ วิชาความรู้ทั่วไป (General Paper) และภาษาแม่ เมื่อเรียนจบจูเนียร์ คอลเลจ นักเรียนจะต้องสอบ Singapore-Cambridge General Certificate of Education ‘Advanced’ (GCE ‘A’ Level) โดยเลือกวิชาสอบสูงสุดได้ 4 วิชา จากวิชาในหมวดศิลปะ วิทยาศาสตร์และธุรกิจการค้า

การรับนักเรียนต่างชาติก็ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างในโรงเรียนเช่นกัน

โพลีเทคนิค
โพลีเทคนิคสร้างขึ้นเพื่ออบรมหลักสูตรที่หลากหลายให้แก่นักศึกษาที่ต้องการฝึกปรือฝีมือในระดับประกาศนียบัตร และอนุปริญญา ในขณะนี้มีโพลีเทคนิค 5 แห่งในสิงคโปร์ ได้แก่ Nanyang Polytechnic , Ngee Ann Polytechnic , Republic Polytechnic , Singapore Polytechnic , Temasek Polytechnic

สถาบันเหล่านี้มีหลักสูตรการสอนมากมายที่มุ่งเน้นให้สามารถไปประกอบอาชีพในอนาคต เช่น วิศวกรรม บริหารธุรกิจ การสื่อสารมวลชน การออกแบบดีไซน์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และหลักสูตรเฉพาะทางอย่างเช่น การวัดสายตา วิศวกรรมทางทะเล การศึกษาเกี่ยวกับการเดินเรือ พยาบาล การเลี้ยงดูเด็กอ่อน และการทำภาพยนตร์ นักเรียนที่จบการศึกษาในจากโพลีเทคนิคเป็นที่นิยมของบริษัทต่างๆ เพราะได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ที่พร้อมจะเข้าสู่โลกแห่งเศรษฐกิจใหม่

สถาบันเทคนิคศึกษา
สถาบันเทคนิคการศึกษา (Institute of Technical Education – ITE) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเรียนที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาและต้องการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความรู้ทางอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ นอกจากโปรแกรมฝึกอบรมเต็มเวลาสำหรับนักเรียนที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาแล้ว และยังมีโปรแกรมสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ของตนด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอีกด้วย
มหาวิทยาลัย (Universities)
ในสิงคโปร์มี 4 แห่ง ได้แก่

  1. National University of Singapore (NUS)
  2. Nanyang Technological University (NTU)
  3. Singapore Management University (SMU)
  4. Singapore University of Technology and Design (SUTD)

มหาวิทยาลัยทั้งสามแห่งได้ผลิตนักศึกษาปริญญาที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับมากมาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยทั้งหมดยังให้โอกาสแก่นักศึกษาที่มีความรู้แต่ขาดทุนทรัพย์ โดยการให้ทุนเพื่อศึกษาและการวิจัยในระดับปริญญาโท

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ก่อตั้งในปีค.ศ. 1905 เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมานาน เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี กฎหมาย ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ และแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1981 เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการสอนและการวิจัยด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ต่อมาได้ร่วมกับวิทยาลัยครู (National Institute Education – NIE) เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาการบัญชี บริหารธุรกิจและสื่อสารมวลชน

มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SMU) ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแต่บริหารจัดการแบบเอกชน เน้นการเรียนการสอนด้านธุรกิจการจัดการ

Singapore University of Technology and Design (SUTD) ก่อตั้งขึ้นในปี 2011

มหาวิทยาลัยนานาชาติในสิงคโปร์
นอกจากมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์เองแล้ว สิงคโปร์ยังมีมหาวิทยาลัยนานาชาติระดับโลกมาเปิดสาขาหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัย INSEAD ซึ่งติด 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยดีเด่นของยุโรป และได้ลงทุนเป็นจำนวนเงินถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณศูนย์วิทยาศาสตร์ นับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยทางด้านธุรกิจนานาชาติมาตั้งวิทยาเขตเต็มรูปแบบในเอเชีย และในปีค.ศ. 2000 University of Chicago Graduate School of Businessได้มาเปิดคณะธุรกิจและเลือกสิงคโปร์เป็นวิทยาเขตถาวรแห่งแรกในเอเชียเช่นกัน
สถาบันการศึกษาเอกชน
ในสิงคโปร์คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากเรียนสถาบันการศึกษาเอกชนแบบไหน เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาเอกชนมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ กันไปมากกว่า 300 สถาบัน ตั้งแต่ ธุรกิจ เทคโนโลยี ศิลปะ จนถึงโรงเรียนสอนภาษา เพื่อตอบสนองความต้องการของคนสิงคโปร์เองและนักเรียนจากต่างชาติ นักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนหลักสูตรระดับใดได้ในสถาบันการศึกษาเอกชน ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญา จนถึงปริญญาระดับต่างๆ โดยที่สถาบันการศึกษาเอกชนในสิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยพันธมิตรมากมายจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย จึงทำให้นักเรียนได้สัมผัสกับบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พรั่งพร้อม อย่างไรก็ดี เนื่องจากแต่ละสถาบันจัดรับสมัครและการสอบขึ้นเอง นักเรียนจึงต้องติดต่อกับแต่ละโรงเรียนโดยตรงหากสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและเมื่อสนใจในสถาบันการศึกษาเอกชนใด คุณต้องมั่นใจก่อนเลือกเรียนว่าหลักสูตรนั้นๆ ครอบคลุมทุกอย่างที่คุณต้องการไม่ว่าจะเป็น

หลักสูตรวิชา :

  1. ประกาศนียบัตรที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
  2. สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน เช่น ห้องเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  3. บริการสำหรับนักเรียนต่างชาติ เช่น การอำนวยความสะดวกในการทำวีซ่า การปฐมนิเทศและอาจารย์–ที่ปรึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ เป็นต้น
โรงเรียนนานาชาติ
โรงเรียนที่สอนหลักสูตรต่างประเทศหรือโรงเรียนนานาชาติได้เปิดโอกาสให้น้องๆได้ศึกษาหาความรู้ในแบบเดียวกับประเทศต้นกำเนิดของโรงเรียน โรงเรียนเหล่านี้จดทะเบียนถูกต้องกับกระทรวงศึกษาธิการของประเทศสิงคโปร์ และมีการวางแนวทางหลักสูตรการศึกษาเหมือนกับโรงเรียนในประเทศนั้น โดยปกติโรงเรียนนานาชาติที่เข้ามาเปิดในสิงคโปร์จะมีทั้งนักเรียนจากต่างประเทศและชาวต่างชาติจากชาตินั้นๆ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในสิงคโปร์เป็นการชั่วคราว บางโรงเรียนจะกำหนดคุณสมบัติขั้นต้นของนักเรียนที่มาสมัครเช่น สัญชาติ หรือความสามารถทางด้านภาษา ค่าเล่าเรียนในแต่ละปีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงเรียน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,600-14,000 เหรียญสิงคโปร์ต่อปี สำหรับชั้นเรียนเด็กเล็ก และ 6,000-18,000 เหรียญสิงคโปร์ต่อปี สำหรับชั้นเรียนเด็กโต ทั้งนี้ การจัดสอบและการปิดเทอมก็แตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียนด้วยเช่นกัน

โรงเรียนชั้นนำสองแห่งของสิงคโปร์ นั่นคือ Anglo-Chinese School (ACS) และ Hwa Chong Institution ได้ก่อตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนขึ้นโดยเริ่มรับนักเรียนเข้าศึกษาครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ.2548

โรงเรียนทั้งสองแห่งที่จัดตั้งขึ้นนั้น ได้เปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษาและระดับหลังจบระดับมัธยมศึกษาACS Internationalจะมีหลักสูตร GCSE นานาชาติและหลักสูตรอนุปริญญาสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายนานาชาติ (International Baccalaureate Diploma Programme) ขณะที่ Hwa Chong Internationalจะมีหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา และก่อนมหาวิทยาลัยซึ่งจะได้รับ ประกาศนียบัตร GCE A Level ในขั้นสูงสุด

ที่พัก ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายโดยประมาณของที่พักแต่ละประเภท มีดังนี้ คือ
การพักอาศัยกับครอบครัวชาวสิงคโปร์ (Homestay Family)
เหมาะสำหรับนักเรียนใหม่ที่เดินทางไปเรียนคนเดียวโดยไม่มีญาติ ครอบครัวในประเทศสิงคโปร์บางส่วนได้เปิดรับนักเรียนต่างชาติมาอยู่ประจำที่บ้านโดยจัดหาที่พักและอาหารให้แก่นักเรียน โปรแกรมโฮมสเตย์เป็นโปรแกรมที่มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมอบอุ่นแบบครอบครัว ซึ่งนักเรียนต่างชาติจะมีความสุขจากสิ่งแวดล้อมที่เหมือนการอยู่บ้าน รวมถึงได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองในช่วงระยะเวลาที่อยู่ไกลจากพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายของ โฮมสเตย์จะอยู่ระหว่าง 1,000 – 1,600 ดอลล่า สิงคโปร์ต่อเดือน
ที่พักสำหรับนักเรียน
การพักที่พักสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการมาศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ ควรทำการจองที่พักให้เรียบร้อยก่อนเดินทางมาศึกษาในสิงคโปร์ ที่พักคราวสามารถจองล่วงหน้าได้ง่าย เพื่อทำให้นักเรียนมีเวลามากพอที่วางแผนการไช้ชีวิตในสิงคโปร์เมื่อมาถึงแล้วเกือบทุกสถาบันการศึกษาจะมีหน่วยงานที่ให้บริการสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะสามารถให้คำแนะนำเรื่องที่พัก ขั้นตอนการจอง การทำสัญญา หาเพื่อนร่วมห้องให้ ให้คำแนะนำเรื่องการเช่าบ้านพัก รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการเลือกที่พักที่เหมาะสมกับนักเรียนมากที่สุด มีทั้งหอพักในโรงเรียนประจำ หอพักเอกชน
ที่พักในโรงเรียนประจำ Boarding Schools
โดยปกติโรงเรียนประจำในสิงคโปร์นั้นจะเปิดให้บริการในโรงเรียนระดับมัธยมและจูเนียร์คอลเล็จขึ้นไป อายุระหว่าง 13-19 ปี การคัดเลือกโดยทั่วไปจะมีการสัมภาษณ์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง สิ่งอำนวยความสะดวกภานในโรงเรียนประกอบด้วย อาหาร บริการซัก-รีด การรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พี่เลี้ยง ติวเตอร์ ผู้ให้คำปรึกษา ที่ออกกำลัง เล่นกีฬา และที่พักผ่อนหรือที่ให้ความเพลิดเพลินอื่นๆ การจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มความสามัคคีในหมู่เพื่อนนักเรียนก็มีการอนุญาตให้จัดขึ้น อัตราค่าที่พักประมาณ 8,000-15,000 เหรียญสิงคโปร์ต่อปีการศึกษา
ที่พักประเภท University Apartments
หอพักในมหาวิทยาลัย หรือ บ้านพักเยาวชนโดยทั่วไปนักเรียนชั้นปี 1 จะได้รับสิทธิพิเศษในการขอเช่าหอพักในมหาวิทยาลัย ห้องจะมีทั้งห้องเดี่ยว และห้องคู่ อาหารก็สามารถจัดเตรียมไว้ให้ได้โดยการเพิ่มเงิน ในหอพักมหาวิทยาลัยนั้นจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิเช่น ห้องดูโทรทัศน์ ห้องอ่านหนังสือ ห้องซักรีด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องครัว และอื่นๆอัตราค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 155 – 560 เหรียญสิงคโปร์ต่อเดือนซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนเพื่อนร่วมห้อง
ที่พักประเภท Service Apartments
โดยทั่วไปที่พักประเภทเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์สำหรับบุคคลที่อาจจะพักอยู่นาน หรืออาจจะมีสมาชิกในครอบครัวตามมาด้วย การเลือกที่พักโดยใช้บริการของเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยการให้บริการที่เสมือนคุณอยู่ที่บ้านพร้อมด้วยการบริการทำความสะอาดจากพนักงาน
หอพักเอกชน
หอพักเอกชนหอพักเอกชนจะดำเนินการโดยองค์กรการศึกษาหรือองค์กรเอกชน นักเรียนสามารถเลือกได้ทั้งห้องพักเดี่ยวและห้องพักคู่
ที่พักประเภทเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน Share and Rental Accommodation
การหาที่พักลักษณะนี้เป็นการติดต่อหาบ้านเช่าและอพาร์ทเม้นท์จากตัวแทนขายบ้านเช่า หรือ จากเจ้าของบ้านโดยตรง ซึ่งอาจจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชนก็ได้ นักเรียนจะต้องจ่ายค่ามัดจำห้องล่วงหน้า 1 เดือนและรวมถึงเงินประกันด้วย โดยทั่วไปแผนกการให้บริการนักเรียนต่างชาติของทุกๆสถาบันการศึกษาสามารถให้คำแนะนำเรื่องการเช่า   หรือ อาจจะติดต่อกับ บริษัท JTC Corporation หรือค้นหารายชื่อ แฟลต HDB อพาร์ตเมนท์เอกชนและบ้านที่เปิดให้เช่าได้จากเว็บไซต์ Singapore Institute of Surveyors & Valuers’ (S.I.S.V.) โดยสามารถเลือกชม Property Listing HDB Flats/Private Apartment/Landed Properties รายการที่พักอาศัยที่หลากหลาย และสามารถเช่าเพื่อพักอาศัยได้
โรงแรม
มีหลายระดับราคาตั้งแต่ปานกลางไปถึงแพงมาก โรงแรม สำหรับบุคคลทั่วไปที่เลือกเรียนคอร์สสั้นๆ เช่น โปรแกรมการฝึกอบรมของผู้บริหาร มีโรงแรมมากมายให้คุณเลือก ราคาจะขึ้นอยู่กับระดับและสถานที่ตั้ง  แต่ถ้าจะไปเรียน การไปพักโรงแรมชั่วคราว 1-2 อาทิตย์จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง เมื่อเทียบกับการพักอาศัยกับ Homestay โรงแรมจึงเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวมากกว่าที่พักในระยะสั้นๆ
คำแนะนำในการเช่าที่พัก
  1. สำรวจดูรูปแบบหรือประเภทของที่พักที่ให้เลือก แล้วเลือกประเภทที่ต้องการ โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายงบประมาณ และตำแหน่งที่ตั้ง รวมทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง
  2. ตรวจสอบกับหน่วยงานบริการนักศึกษาของสถาบัน หรือจากประกาศของโรงเรียน รวมทั้งหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ เพื่อประกอบการพิจารณาการเลือกที่พัก
  3. สำหรับนักเรียนที่เลือกใช้บริการจัดหาที่พักกับตัวแทน ควรติดต่อตัวแทนที่แนะนำมาจากคนรู้จัก เพื่อน ญาติ หรือสถาบัน เพื่อความน่าเชื่อถือ
  4. ที่พักบางแห่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง และค่าเช่าที่ประกาศนั้นยังไม่รวมค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า และค่าแก๊ส
  5. ในกรณีที่ไม่พอใจที่พักก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาเช่าตามที่ตัวแทนบังคับ และควรตกลงกันให้แน่นอนก่อนในเรื่องที่จะให้คนอื่นมาเช่าห้องร่วมด้วยในอนาคตข้างหน้าตลอดระยะเวลาที่ทำสัญญากันอยู่
  6. ควรอ่านเอกสารสัญญาการเช่าให้ละเอียด อย่าเซ็นเอกสารใดๆ หากยังไม่ได้พิจารณาเสียก่อน
  7. เมื่อตัดสินใจเช่าที่พักแล้ว จะมีการเซ็นเอกสารสัญญาเช่าที่มีผลทางกฎหมายซึ่งระบุว่าผู้ให้เช่าจะรับผิดชอบเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกในที่พักให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้จริงๆ ส่วนผู้เช่าก็ต้องดูแลรักษาสภาพสิ่งเหล่านั้นให้คงอยู่ในสภาพที่ดี
  8. โดยปกติแล้วผู้ให้เช่าจะเรียกค่าค่าประกันภัยสิ่งของเป็นจำนวนหนึ่งถึงสองเท่าของค่าเช่าในแต่ละเดือน และจะเก็บพร้อมกับการชำระค่าเช่าในเดือนแรก ซึ่งนิยมเก็บล่วงหน้า เงินค่าประกันนี้สามารถรับคืนได้เมื่อครบกำหนดสัญญาและย้ายออกหากไม่มีสิ่งใดเสียหาย แต่ในบางกรณี เช่น การย้ายจากที่พักก่อนกำหนดไว้ในสัญญา อาจไม่ได้รับคืน
  9. นักเรียนควรมั่นใจว่าเข้าใจสัญญาการเช่าทั้งหมดก่อนเซ็นเอกสาร หากไม่มั่นใจควรปรึกษาผู้รู้ก่อน
  10. นักเรียนควรตรวจสอบว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่จริงและในสภาพที่ตรงตามที่ระบุไว้ในสัญญา ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา
  11. นักเรียนที่เลือกใช้บริการจัดหาที่พักกับตัวแทน ควรตรวจสอบผู้ที่เป็นเจ้าของที่พักตัวจริงจากใบเสร็จค่าเช่าหรือใบกำกับภาษีค่าน้ำไฟ ทั้งนี้สัญญาเช่าที่ทำควรเป็นสัญญาระหว่างนักเรียนกับเจ้าของที่พักตัวจริงไม่ใช่กับตัวแทน/นายหน้า
  12. ควรใช้บริการของตัวแทน/นายหน้าที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
  13. เพื่อให้แน่ว่าการจ่ายค่าเช่าถึงเจ้าของที่พักโดยตรง นักเรียนควรจ่ายค่าเช่าเป็นเช็คลงชื่อเจ้าของที่พักโดยตรง และให้เจ้าของที่พักออกใบเสร็จหรือใบสำคัญรับเงินให้ด้วย
  14. นักเรียนสามารถเซ็นเอกสารการเช่าได้เองหากอายุเกิน 21 ปี แต่หากอายุต่ำกว่า 21 ปี ต้องมีผู้ปกครองเซ็นสัญญาร่วมด้วย
  15. ให้เก็บสำเนาเอกสารการเช่ารวมทั้งใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ ของแต่ละเดือนไว้เป็นหลักฐานในกรณีฉุกเฉิน
  16. นักเรียนควรทำประกันที่พักอาศัยได้หากมีสิ่งของมีค่า
เกาะเล็ก ๆ แต่มากด้วยกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินได้หลากหลายรูปแบบ
สวนสัตว์
เปิดโลกธรรมชาติ ที่ สวนสัตว์สิงคโปร์ Singapore Zoological Gardens เป็นสวนสัตว์มาตรฐานระดับโลก ซึ่งถูกสร้างและปรับปรุง ให้กลมกลืนใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด และ ไนท์ซาฟารี Night Safari เป็นสวนสัตว์เปิดที่บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ทุ่มครึ่งไปจนถึงเที่ยงคืน คุณจะเพลิดเพลิน กับชีวิตสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดกับการนั่งรถราง ชมสัตว์พันธุ์แปลกใหม่ ในแปดเขตที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองเขตทางภูมิศาสตร์ต่างๆอย่างเช่น ป่าฝนเอเชียอาคเนย์ ป่าซาวานน่าในแอฟริกา หุบเขาแม่น้ำเนปาล ทุ่งหญ้าอเมริกาใต้ และป่าดงดิบในพม่า ที่ออกหากินยามค่ำคืน มากกว่า 100 ชนิด   ทั้ง 2 แห่งนี้ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวมากมายสำหรับแนวความคิดสวนสัตว์เปิด ที่สามารถให้นักท่องเที่ยวสัมผัสสัตว์น้อยใหญ่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ วิธีการเดินทาง  ขึ้นรถ MRT ไปลงสถานี Choa Chu Kang Station (NS4) แล้วขึ้นรถบัส SMRT สาย 927 เพื่อไปยังสวนสัตว์ หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ขึ้นรถ MRT ไปลงสถานี Ang Mo Kio Station (NS16) และขึ้นรถบัส SBS สาย 138    ส่วนสวนนกจูร่ง Jurong Bird Park ก็เป็นสถานที่มหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งที่รวมนกนานาพันธุ์ไว้กว่า 9,000 ตัว จาก 600 สายพันธุ์ มีสวนนกเพนกวิน (Penguin Parade) ในบรรยากาศเลียนแบบขั้วโลกใต้ ไปจนถึงสวนนกเอเชียอาคเนย์ (Southeast Asian Birds Aviary) ที่คุณสามารถเดินเข้าไปข้างในเพื่อรับชมการจำลองพายุฟ้าผ่าเขตร้อนได้ นอกจากนี้ สวนนกน้ำตก (Waterfall Aviary) ก็เป็นบ้านของนกแอฟริกาที่บินอยู่อย่างอิสระกว่า 1,500 ตัว และสวนน้ำริเวอร์รีน (Riverine) แม่น้ำธรรมชาติจำลองแห่งใหม่ เป็นแหล่งที่อยู่ของเป็ด ปลา และเต่ากว่า 20 สายพันธ์  เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น.วิธีการเดินทางใช้บริการรถ MRT ไปยังสถานี Boon Lay Station (EW27) จากนั้นขึ้นรถบัส SBS สาย 194 หรือ 251
4260302
สวนสวย
สวนไชนีสการ์เดน (Chinese Garden)   สวนสวยที่จะพาย้อนเข้าไปในยุคสมัยเมืองจีนโบราณ ที่นี่สร้างขึ้นในปี 1975 ออกแบบโดยศาสตราจารย์หยวนเช็นยู สถาปนิกมีชื่อจากไต้หวัน สวนแห่งนี้ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมและทิวทัศน์แบบตอนเหนือของจักรวรรดิจีน เดินข้ามผ่านสะพานสายรุ้งสีขาวที่เรียกว่า “ไป่ ฮุง เฉียว” ซึ่งสร้างตามรูปแบบของสะพานโค้ง 17 สะพานที่วังฤดูร้อนในกรุงปักกิ่ง หลังจากข้ามสะพานไป จะเห็นอาคารโค้งแบบจีน ที่ประกอบด้วยลานกว้าง 2 ลานและบ่อปลา 1 บ่อ  อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบจีนก็คือ “เจดีย์” ที่ชาวพุทธใช้กันในสมัยโบราณเพื่อเป็นที่เก็บกระดูกของผู้ล่วงลับ เจดีย์เจ็ดชั้นที่ชื่อ “หลูยุนตา” (Ru Yun Ta) ก็สร้างตามแบบเจดีย์ของวัดลิงกู่ในเมืองหนานจิง  นอกจากอาคารแล้ว สวนหย่อมก็เป็นสิ่งที่พบบ่อยในสวนแบบจีน ด้านนอกของอาคาร พื้นราบ และหอสูง จะมีไม้ดัด หิน ลำธารและทางเดินอันคดเคี้ยว ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่ผสมกลมกลืนกัน ที่นี่มีสวนบอนไซแบบซูโจวที่สร้างขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายถึง 3.8 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เป็นที่อยู่ของบอนไซราว 1,000 ต้นที่ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศจีน เปิดทุกวัน 09.00- 18.00 น.  วิธีการเดินทางเดินจากสถานี Chinese Garden MRT Station (EW25) เพียง 5 นาทีคุณก็จะถึงสวนแห่งนี้แล้ว
study-singa-travel02
สวนอีสต์โคส (East Coast Park)   สวนนี้ตั้งอยู่ข้างถนน East Coast Parkway หาดทรายและภูมิประเทศอันงดงามทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่โปรดของชาวสิงคโปร์ในวันสุดสัปดาห์  เป็นส่วนสำหรับครอบครัวและกีฬากลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยานหรือเล่นโรลเลอร์เบลด มีให้เช่าทั้งสองอย่าง หรือจะสนุกกับมุมโบว์ลิ่ง สนามไดรฟ์กอล์ฟ สนามเทนนิส ศูนย์กีฬาทางน้ำ และศูนย์เรือใบอีสต์โคสรอให้บริการ วิธีการเดินทางขึ้นแท็กซี่จากถนน Orchard Road หรือนั่งรถบัส SBS สาย 16 แล้วลงที่ Marine Terrace จากนั้นใช้ทางใต้ถนน เพื่อข้ามทางด่วน ECP expressway // หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ นั่งรถบัสสาย 401 ไปที่ถนน East Coast Park Service Road (เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้น) 

สวนพฤกษชาติ (Singapore Botanic Garden)    เป็นสวนพฤกษชาติที่มีพันธุ์พืชหลากหลายชนิดและ พืชที่หาดูได้ยาก โดยเฉพาะสวนเพาะกล้วยไม้  มีเนื้อที่ครอบคลุมกว่า 52 เฮคเตอร์และอยู่ใกล้ใจกลางเมือง สวนแห่งนี้มีพืชพันธ์น่าสนใจจำนวนมาก จุดน่าสนใจได้แก่ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden)ที่มีกล้วยไม้ถึง 20,000 ต้น   สวนขิง (Ginger Garden) และสวนวิวัฒนาการ (Evolution Garden) ที่นี่มีพืชพันธ์หลากหลายประเภทและมีหลายพันธ์ที่หายากเป็นพิเศษอีกด้วย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของพืชพันธุ์   และพิเศษพื้นที่สำหรับเด็ก สำรวจสวนหย่อมสำหรับเด็กแห่งแรกในเอเชีย “Jacob Ballas Children’s Garden” เป็นสวนหย่อมสำหรับเด็กแห่งนี้มีเป้าหมายคือเพื่อปลูกฝังให้เด็กๆรู้จักคุณค่าของต้นไม้ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สวนแห่งนี้สร้างขึ้นตามแนวคิดที่ว่า “ทุกชีวิตบนโลกต้องการต้นไม้” ที่นี่สร้างขึ้นให้มีความพิเศษและมีความสนุกแบบอินเตอร์แอกทีฟ โดยเด็กที่อายุตั้งแต่ 12 ปีลงมาจะสามารถเรียนรู้ได้ว่าต้นไม้ให้สิ่งจำเป็นประจำวันแก่พวกเราอย่างไร ในส่วนของสวนพฤกษชาติเปิดบริการทุกวัน 5.00 – 24.00 น. เที่ยงคืน สำหรับสวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 19.00 น.    สวนหย่อมสำหรับเด็กจาแค็บ บอลลาส 8.00 – 19.00 น. เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดราชการจะเปิดเป็นพิเศษ)  วิธีการเดินทาง รถที่ผ่านสวนแห่งนี้มีสาย:  รถ SBS สาย 7, 105, 123, 174 และ TIBS สาย 75, 77 และ 106 ผ่านถนน Holland Road และ  รถ SBS สาย 66, 151, 153, 154, 156, 170, 186 และ TIBS สาย 67, 171 ผ่านถนน Bukit Timah Road

สวนเชื่อมเส้นทางธรรมชาติเซาท์เทิร์นริดจ์ (Southern Ridges) เดินออกกำลังกายและสูดอากาศสดชื่นในสภาพป่าพื้นที่สีเขียวขนาด 9 กม.ที่ทอดผ่านเมาท์เฟเบอร์ปาร์ค, เทล็อก บลางการ์ฮิลปาร์ค, เคนท์ริดจ์ปาร์ค และไปสิ้นสุดที่เวสต์โคสปาร์ค ทุกแห่งเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางเดินเท้าและสะพาน  เริ่มต้นด้วยการเดินเป็นระยะทางสั้นๆ ผ่านป่าชั้นสองตามเส้นทางมาราง (Marang Trail) จากด้านหลังสถานี Harbourfront MRT ไปยังเมาท์เฟเบอร์ปาร์ค (Mount Faber Park) ซึ่งเป็นสวนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ แล้วเริ่มเดินทางไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยวของเฟเบอร์วอร์ค (Faber Walk) จุดชมวิวพาโนรามา ที่จะมองเห็นสิงคโปร์และทะเลชายฝั่ง ที่ประดับประดาไปด้วยเรือและเกาะต่างๆมากมาย  ตื่นเต้นกับการเดินบนสะพานเฮนเดอร์สัน (Henderson Waves) ซึ่งมีความสูงจนน่าหวาดเสียว ด้วยลักษณะของที่มีรูปเป็นสะพานคลื่นที่มีความสูงที่สุดในสิงคโปร์  ที่พาดผ่านถนนเฮนเดอร์สันและเชื่อมต่อระหว่างเมาท์เฟเบอร์ปาร์คกับเทล็อคบลางการ์ฮิลปาร์ค จากที่นี่ ให้เดินทางข้ามเทล็อคบลางการ์ฮิลปาร์คผ่านทางฮิลท็อปวอล์ค (Hilltop Walk) บุกผ่านแมกไม้หนาทึบและชมวิวของป่าจากที่สูง ขณะที่คุณเดินไปตามทางเดินยกระดับของฟอเรสต์วอล์ค (Forest Walk) ลอดผ่านซุ้มประตูอเล็กซานดร้าอาร์ค (Alexandra Arch) รูปใบไม้เปิดกว้างก็จะต้อนรับคุณสู่ฮอร์ตปาร์ค (HortPark) – ที่นี่คือศูนย์รวมของสวน เพลิดเพลินกับการเดินเล่นอันแสนสุขไปตามทางเดินฟลอรัลวอล์ค (Floral Walk) ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ที่กำลังบาน แล้วเชิญชมไอเดียแต่งสวนดีๆ   สุดท้าย ทางเดินคาโนปี้วอล์ค (Canopy Walk) ผ่านต้นไม้และสัตว์ป่ามากมายของสวนเคนท์ริดจ์ปาร์ค (Kent Ridge Park) ที่มีทางเดินยกระดับ มีความสูง 16 เมตรที่จุดศูนย์กลาง นี่คือสถานที่อันสมบูรณ์แบบสำหรับการสัมผัสกับความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติขณะที่คุณชำเลืองมองกระรอก นกซันเบิร์ด และนกทรัชหงอนขาวที่เกาะอยู่ในป่าต้นเท็มบูซูและเบลูการ์     วิธีเดินทางเส้นทางMarang Trail  ทางรถไฟฟ้า MRT: ลงที่สถานี Harbourfront ตรงทางออก Exit D หรือทางรถประจำทาง: ขึ้นรถสาย 10, 30, 57, 61, 65, 80, 93, 97, 100, 131, 143, 145, 161, 300, 646 หรือ 855 แล้วลงที่ป้ายรถหน้า Seah Im Food Center ที่ถนน Telok Blangah  เส้นทาง Henderson Waves ทางรถประจำทาง: ขึ้นรถสาย 131, 145, 176 หรือ 648 แล้วลงที่ป้ายรถริมถนน Henderson Road จากนั้นเดินขึ้นบันไดไปยัง Mount Faber Park    เส้นทางForest Walk   ทางรถประจำทาง: ขึ้นรถสาย 51, 61, 93, 97, 100, 166 หรือ 963 แล้วลงที่ป้ายรถริมถนน Alexandra Road (แยก Hyderabad Road)   เส้นทางCanopy Walk ทางรถประจำทาง: ลงรถที่ถนน Alexandra Road (แยก Hyderabab Road), เดิน 25 นาทีผ่าน HortPark-the gardening hub
study-singa-travel03
พิพิธภัณฑ์
หากชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อาจไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แสตมป์ Philatelic Museum   หรือพิพิธภัณฑ์คุกชางงี Changi Prison และอนุสรณ์สถานอื่นๆเพื่อรู้จักสิงคโปร์ในอดีต และเข้าใจถึงสิ่งที่บรรพชนรุ่นก่อนได้ฟันฝ่ามาที่พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย Asian Civilizations Museum   คุณจะได้เห็นของเก่าโบราณต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์และอารยธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศิลปะและการบันเทิง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานด้านศิลป ในสิงคโปร์นั้นมีมากมายหลากหลาย
ทัศนศิลป์   วัฒนธรรมที่หลากหลายและยาวนานของสิงคโปร์ได้สะท้อนออกมาในงานศิลปะ งานฝีมือ และงานในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ หรือจะเลือกชมงานศิลปะของต่างประเทศด้วยได้ที่ หอศิลป์แห่งชาติ National Art Gallery และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ
ศิลปะการแสดง   ไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้นรำ ละครเวที อะไรก็ได้ที่คุณชอบ สิงคโปร์มีทุกอย่างที่คุณชื่นชม!เพลิดเพลินไปกับบัลเลต์ใต้แสงดาวหรือรื่นรมย์ไปกับสิงคโปร์ซิมโฟนี ที่นีมีงานเกี่ยวกับศิลปะตลอดปีโดยสามารถเช็คโปรแกรมการแสดงล่าสุดได้ในหนังสือพิมพ์
สถานที่จัดแสดงงานศิลปะ   เมื่อเข้ามาในใจกลางเมือง โรงละครริมน้ำเอสพลาเนด Esplanade – Thertres on the Bay จะต้อนรับคุณ เจ้าสิ่งก่อสร้างที่คนสิงคโปร์เรียกว่า “ทุเรียน” นี้ เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆทั้งที่สรรค์สร้างโดยศิลปินท้องถิ่นและนานาชาติ นอกจากเอสพลาเนดแล้วยังมีที่อื่นๆอีกเพื่อรองรับงานศิลปะอีกมากมาย เช่น โรงละครซับสเตชั่น Substation

study-singa-travel04
อื่น ๆ
แม่น้ำสิงคโปร์ Singapore River    แม่น้ำสิงคโปร์ซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองสิงคโปร์นั้นเปรียบเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าขายและการแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวอังกฤษมากว่าทศวรรษ ปัจจุบันตึกที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบวิกตรอเรีย แบบกรีก และแบบโรมัน ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ทั้งสองริมฝั่งแม่น้ำกลมกลืนไปกับตึกสูงระฟ้าแบบทันสมัยที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับความเจริญที่เพิ่มมากขึ้นของเมืองแห่งนี้ ท่านสามารถชื่นชมความงดงามของตึกรามบ้านช่อง รูปปั้นแกะสลัก อนุสาวรีย์ และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้รับมาอิทธิพลมาจากเมืองแม่แบบครั้งที่เคยเป็นเมืองอาณานิคม โดยเดินลัดเลาะไปตามริมฝั่งแม่น้ำหรือนั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำโดยเริ่มต้นที่คลากแกว์ Clarke Quay บริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ท่านจะได้พบกับ รูปปั้น Merlion ยืนพ่นน้ำ เมอร์ไลอ้อนมีลักษณะครึ่งบนเป็นสิงโต ส่วนครึ่งล่างเป็นปลา เป็นสัตว์ในตำนานและถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์
study-singa-travel05
เกาะเซ็นโตซ่าร์ Sentosa Island    สถานท่องเที่ยวที่สร้างความสนุกสนานและความประทับใจ ให้กับทุกเพศทุกวัย โดยการเดินทางไปเกาะเซนโตซ่านั้นมีด้วยกัน 3 วิธี คือทางเรือเฟอร์รี่ รถยนต์ และกระเช้าลอยฟ้  าเกาะเซ็นโตซ่าร์เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวและชาวสิงคโปร์ แต่เดิมเกาะแห่งนี้เป็นป่าร้อนชื้นและเป็นชายฝั่งที่มีโขดหิน ต่อมาภายหลังได้รับการพัฒนาและขยายจนกระทั่งเป็นเกาะที่รวบรวมความบันเทิงและความสนุกสนานบันเทิงไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การว่ายน้ำ การอาบแดด การชมสวนผีเสื้อ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ห้องแสดงโลกใต้น้ำ และการแสดงความสามารถของปลาโลมา ท่านสามารถเดินทางไปยังเกาะเซ็นโตซ่าร์โดยรถประจำทางบริการรับส่งไปเกาะเซ็นโตซ่าร์ มีบริการจากถนนออชาร์ด Orchard Road, สถานีเอ็ม อาร์ ที เทียง บาร์รู Tiong Bahru MRT และเวิรด์ เทรด เซ็นเตอร์ World Trade Center หรือเดินทางโดยใช้รถแท็กซี่ หรืออาจจะลองนั่งกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งจัดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการจากบริเวณเวิรด์ เทรด เซ็นเตอร์ ข้ามไปยังเกาะเซ็นโตซ่าร์ ท่านจะได้ชื่มชมกับทัศนียภาพของเกาะเซ็นโตซ่าร์ในอีกมุมมองหนึ่ง
study-singa-travel06
ถนนออชาร์ด Orchard Road    แหล่ง Shopping ที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีสินค้าให้คุณจับจ่ายสินค้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความโดดเด่นของถนนสายนี้ คือเป็นถนนมีห้างสรรพสินค้ามากมายตั้งเรียงรายเต็มสองฟากฝั่งถนน เป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าและรองเท้าทันสมัย เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน เครื่องสำอาง ฯลฯ สำหรับนักชอปตัวยงคงพลาดไม่ได้กับช่วงเวลาลดกระหน่ำกลางปี หรือที่เรียกว่า “Great Singapore Sale” ซึ่งร้านค้าทั่วทั้งเกาะสิงคโปร์จะพร้อมใจกันลดราคาสินค้า นักท่องเที่ยวสามารถขอคืนเงินภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว GST,Goods & Services Tax ได้ 3 % หากซื้อสินค้ามูลค่ามากกว่า 300 สิงคโปร์ดอลล่าร์ หากซื้อสินค้ากับ ร้านค้าที่มีป้าย Tax Free Shopping โดยนำใบเสร็จและเอกสารยืนยันจากร้านค้าไปขอรับเงินภาษีคืนได้ที่สนามบินนานาชาติชางงี Shangi Airport
สถานที่ที่น่ารู้จักในแต่ละภาค
หากแบ่งตามภูมิศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศสิงคโปร์ มีดังนี้

  • ภาคตะวันออก  Katong, Pasir Ris, Changi/Pulau Ubin
  • ภาคตะวันตก – Kent Ridge, Mount Faber, Bukit Timah
  • ภาคเหนือ – Thomson, Lim Chu Kang/Tengah
  • ภาคกลาง – Balestier, Chinatown, แม่น้ำสิงคโปร์

สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมักอยู่ในตอนกลาง ได้แก่ พื้นที่บริเวณ Marina Bay, ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Merlion, อาคารโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่, สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำ บริเวณพื้นที่ริมน้ำ ได้แก่ Clarke Quay, Boat Quay, ย่าน China Town , ย่าน Little India, ย่านชอปปิ้ง บนถนน Orchard

ส่วนบริเวณเมืองรอบนอกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ สามารถเข้าถึงได้โดยรถไฟ MRT และ รถประจำทาง ได้แก่ เกาะเซนโตซา Sentosa Island บริเวณ Harbour Front, สวนสัตว์ Night Safari , สวนนก Jurong Birdpark เป็นต้น